ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์ ##พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. แถลงข่าว กก.สส.บก.น.1 จับกุมเครือข่าย Hack LINE หลอกยืมเงิน ผู้เสียหายกว่า 15 รายมูลค่าความเสียหายกว่า 1.2 ล้านบาท

0
352

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. แถลงข่าว กก.สส.บก.น.1 จับกุมเครือข่าย Hack LINE หลอกยืมเงิน ผู้เสียหายกว่า 15 รายมูลค่าความเสียหายกว่า 1.2 ล้านบาท

วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล : พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พร้อมด้วยพล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. , พล.ต.ต. สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น., พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง ผบก.น.1, พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.1 ,พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร ผกก.สส.บก.น.1, พ.ต.ท.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ รอง ผกก.สส.บก.น.1, พ.ต.ท.นพชัย อินแก้ว รอง ผกก.สส.สน.ห้วยขวาง,
พ.ต.ต.กฤษฎา นาคประสิทธิ์ สว.กก.สส.บก.น.1 ร่วมกันแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.1 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง ได้ร่วมกันจับกุม เครือข่าย Hack LINE หลอกยืมเงิน ผู้เสียหายกว่า 15 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 1.2 ล้านบาท โดยทำการจับกุม
1. นายอรรถยาหรืออุ้ย ศศิธร อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 249 ม.5 ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน (Hacker)
2.นายปฐมศิลป์ หรือไก่ จำเริญสม อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 143 ม.9 ต.สามแยก อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ (คนรับส่งเงิน)
3. นางวิลาศิณี หรือนิด มาลาวัยจันทร์ อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 9 ม.7 ต.ทุ่งปรัง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช (คนถอนเงิน)
4. น.ส.ณภัสสรณ์ หรือแหวว ธนพลจรัสไชย อายุ 36 บ้านเลขที่ 1 ม.4 ต.ทับคล้อ อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร (คนถอนเงิน)

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. กล่าวว่า ตามนโยบาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ให้เร่งรัดสืบสวนปราบปราม จับกุมผู้ต้องหาก่อเหตุอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ น่าสนใจ ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยทั่วไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.1 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง ได้ร่วมจับกุมเครือข่าย Hack LINE หลอกยืมเงิน ผู้เสียหายกว่า 15 รายมูลค่าความเสียหายกว่า 1.2 ล้านบาท

พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.1 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุม ผู้ต้องหาที่ 1-2 ได้ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าพาต้าปิ่นเกล้า ถ.จรัลสนิทวงศ์ แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กทม. และผู้ต้องหาที่ 3-4 ได้ที่กองกำกับการสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 1

โดยกล่าวหาว่า “ ร่วมกันฉ้อโกงผู้อื่น ,ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลที่บิดเบือนหรือปลอมทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อี่นโดยมิชอบในการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น หรือประชาชนซึ่งออกให้ผู้มีสิทธิ์ในการเบิกถอน เงินสด หรือรับของโจร ” ตามหมายจับศาลอาญา
พร้อมด้วยของกลางที่ตรวจยึดได้

  1. ธนบัตรเงินสดจำนวน 170,000 บาท
  2. โทรศัพท์มือถือจำนวน 10 เครื่อง
  3. สมุดบัญชีธนาคารกสิกรไทยพร้อมบัตร ATM ที่ใช้ในการก่อเหตุ
  4. คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กจำนวน 1 เครื่อง
  5. รถจักรยานยนต์ยี่ห้อดูคาร์ติจำนวน 1 คัน (เป็นทรัพย์สินที่ยึดไว้ตรวจสอบ)
  6. รถยนต์นิสสันยี่ห้อ 350 z จำนวน 1 คัน (เป็นทรัพย์สินที่ยึดไว้ตรวจสอบ)

พ.ต.อ.นครินทร์ฯ. เปิดเผยอีกว่า กลุ่มคนร้ายมีพฤติการณ์การกระทำความผิด คือ กลุ่มคนร้ายเป็นกลุ่มแฮกเกอร์และม้าถอนเงิน โดยมีนายอรรถยาฯ ทำหน้าที่เป็นแฮกเกอร์ เจาะข้อมูลเว็ปไซต์ลงโฆษณาฟรีที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปใช้บริการและสมัครสมาชิก เพื่อเอาข้อมูลอีเมล์และพาสเวิร์ดมาทดสอบเข้าแอปพลิเคชันไลน์ของผู้อื่น เมื่อพบว่าอีเมล์ที่ได้มาผูกกับบัญชีไลน์ นายอรรถยาฯ ก็จะเปิดเบอร์โทรศัพท์ใหม่ แล้วก็นำอีเมล์ดังกล่าวมาลงทะเบียนเข้าแอปพลิเคชั่นไลน์ปลอมตัวเป็นบุคคลอื่น แล้วตระเวนทักบุคคลที่เชื่อว่าน่าจะรู้จัก เพื่อขอยืมเงินโดยอ้างเหตุจำเป็นเร่งด่วนต้องการใช้เงิน เมื่อบุคคลที่ถูกหลอกหลงเชื่อ ก็จะส่งบัญชีธนาคารของผู้อื่น ซึ่งได้จากการประกาศให้กู้ยืมเงิน เพื่อหลอกเอาบัญชีมาใช้กระทำความผิด และก็จะให้นางวิลาศิณีฯ และ น.ส.ณภัสสรณ์ฯ ซึ่งทำหน้าที่ม้าถอนเงินไปกดเงินออกจนหมดทันที และนำเงินมามอบให้กับนายปฐมศิลป์ฯ ซึ่งทำหน้าที่คนรับเงินส่งให้กับนายอรรถยาฯ แฮกเกอร์อีกทอดหนึ่ง

จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้เสียหาย จำนวนกว่า 15 ราย ความเสียหายประมาณ 1.2 ล้านบาทเศษ เข้าแจ้งความไว้หลายท้องที่ เพื่อดำเนินคดีกลุ่มคนร้าย ในความผิดดังกล่าว พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมาย และจนกระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว รายละเอียดความเสียหาย ดังนี้

  1. สน.ห้วยขวาง 1 ราย ความเสียหายรวม 150,000 บาท
  2. สน.หัวหมาก 1 ราย ความเสียหายรวม 15,000 บาท
  3. สน.บางเขน 1 ราย ความเสียหายรวม 50,000 บาท
  4. สน.ปทุมวัน 2 ราย ความเสียหายรวม 150,000 บาท
  5. สน.สายไหม 2 ราย ความเสียหายรวม 150,000 บาท
  6. สภ.ปากเกร็ด 1 ราย ความเสียหายรวม 20,000 บาท
  7. สภ.เมืองอุดรธานี 2 ราย ความเสียหายรวม 140,000 บาท
  8. สภ.เมืองหนองคาย 1 ราย ความเสียหายรวม 100,000 บาท
  9. สภ.บางแก้ว 2 ราย ความเสียหายรวม 160,000 บาท
    10.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ 1 ราย ความเสียหายรวม 250,000 บาท
  10. สภ.เมืองนนทบุรี 1 ราย ความเสียหายรวม 100,000 บาท
    *** รวมมูลค่าความเสียหาย 1,285,000 บาท ***

ฝากรบกวนสื่อมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์แก่ประชาชนโดยทั่วไปให้ระมัดระวัง ในการให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่เว็บไซต์ที่ไม่เป็นที่รู้จัก , แอปพลิเคชันแปลกปลอม , เว็บไซต์ที่ความปลอดภัยส่วนบุคคลไม่มีมาตราฐาน ซึ่งคนร้ายอาจจะนำข้อมูลของท่านเจาะเข้าฐานข้อมูลส่วนบุคคลและนำมาใช้ในการกระทำผิดได้ หรือหากต้องการให้ผู้ใดยืมเงินให้ทำการตรวจสอบให้ดี โดยทำการโทรศัพท์สอบถามผู้ขอยืมเงินอีกครึ่งหนึ่งเพื่อเป็นเครื่องยืนยันการ ยืมเงิน และไม่ให้เกิดความเสียหายต่อผู้เสียหาย รอง ผบก.น.1 กล่าวในที่สุด

ธวัชชัย เฟื่องอนันต์ ภาพและข่าว

เสริม ศักดิ์สม รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here