ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์##บิ๊กหยิม”อธิบดีกรมธนารักษ์ขับเคลื่อนนโยบายเปลี่ยนชุมชนเป็นห้องประชุมในที่ราชพัสดุ เตรียมพร้อมส่งมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุ ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดกาญจนบุรี

0
192

บิ๊กหยิม” อธิบดีกรมธนารักษ์ ขับเคลื่อนนโยบายเปลี่ยนชุมชนเป็นห้องประชุมในที่ราชพัสดุ เตรียมพร้อมส่งมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุ ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดกาญจนบุรี

วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม 2562 ณ ห้องประชุมกรมธนารักษ์ 801 กรมธนารักษ์ : นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนนโยบายเปลี่ยนชุมชนเป็นห้องประชุมในที่ราชพัสดุ เตรียมพร้อมส่งมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุ ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดกาญจนบุรี โดยหลังจากการประชุมได้มีการแถลงข่าว ต่อสื่อมวลชน นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า “ตามนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี, นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ในการจัดพื้นที่ค้าขายให้กับพี่น้องประชาชนในชุมชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลในการลดความเหลื่อมล้ำของสังคมและสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก โดยกรมธนารักษ์ ได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวผ่านโครงการเปลี่ยนชุมชนเป็นห้องประชุมในที่ราชพัสดุ ซึ่งเป็นการจัดหาพื้นที่จำหน่ายสินค้าเพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยมีรูปแบบเป็นที่ประชุมอเนกประสงค์ และเป็นพื้นที่จัดตลาดชุมชนเพื่อสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่และเชื่อมโยงไปกับการท่องเที่ยวชุมชน อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวต่อว่า “การจัดโครงการ “เปลี่ยนชุมชนเป็นห้องประชุมในที่ราชพัสดุ” เป็นโครงการที่กรมธนารักษ์ได้ดำเนินการร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อสนับสนุนทำให้ชุมชนเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืนซึ่ง โดยในวันนี้มี ดร.วุฒิชัย ดวงรัตน์ ประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นางสาววันทนา แจ้งประจักษ์ รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว และ นางสาวสมลักษณ์ คล้องแคล่ว ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะส่งเสริมงานวิจิตรศิลป์( ทัศนศิลป์ ) ผู้แทน ดร.วิมลลักษณ์ ชูชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัย เข้าร่วมแถลงข่าวด้วย”

“สำหรับการจัดโครงการเปลี่ยนชุมชนเป็นห้องประชุมในที่ราชพัสดุ ครั้งแรก เมื่อวันศุกร์ที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา บนที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ กส.63 ตำบลหนองกุงศรี อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นการนำที่ราชพัสดุมาพัฒนาเป็นสถานที่สำหรับประชุมและเป็นตลาดแห่งใหม่ให้กับประชาชนในท้องที่ ได้นำสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจัดจำหน่าย เป็นการสร้างรายได้ให้ประชาชนและชุมชน ซึ่งภายหลังจากการจัดทำโครงการดังกล่าวที่จังหวัดกาฬสินธุ์สามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนเป็นจำนวนเงินประมาณ 50,000 – 80,000 บาท โดยในวันอังคารที่ 29 ตุลาคม 2562 กรมธนารักษ์ จะลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดโครงการเปลี่ยนชุมชนเป็นห้องประชุมในที่ราชพัสดุครั้งที่ 2 ณ ที่ สฎ.848 (บางส่วน) บริเวณพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลตะปาน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีการจัดจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรของชุมชนสินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์ชุมชนและผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่บ้าน โดยมีประชาชนในชุมชนเข้าร่วมออกร้านจัดจำหน่ายสินค้าประมาณ 30 ร้านค้า และวันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน 2562 กรมธนารักษ์ จะจัดโครงการเปลี่ยนชุมชนเป็นห้องประชุมในที่ราชพัสดุครั้งที่ 3 บนที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ คจ. 209 ชุมชนบ้านพุน้ำร้อน ตำบลบ้านเก่าอำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี“ทั้งนี้ ภายในเดือนพฤศจิกายน 2562 กรมธนารักษ์จะดำเนินโครงการเปลี่ยนชุมชนเป็นห้องประชุมในที่ราชพัสดุจำนวน 18 จังหวัด ได้แก่จังหวัดนนทบุรีสิงห์บุรี นครนายก กาญจนบุรี เพชรบุรี สุราษฎร์ธานี พังงา สตูล จันทบุรีหนองคาย มุกดาหาร มหาสารคามอำนาจเจริญ นครราชสีมา ลำปาง
เชียงราย พิษณุโลก และนครสวรรค์ และในปีงบประมาณ 2563จะเร่งดำเนินการตามโครงการ ดังกล่าวให้ครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ส่วนนโยบายการมอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ กรมธนารักษ์ได้เร่งรัดทำสัญญาเช่าที่ราชพัสดุให้กับประชาชนจากเดิมที่เป็น “ผู้บุกรุก”มาเป็น “ผู้เช่า” โดยได้ดำเนินการมอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุตามโครงการธนารักษ์ประชารัฐให้กับประชาชนจำนวน 300 ราย ประกอบด้วย สัญญาเช่าเพื่อการเกษตรจำนวน 257 ราย และสัญญาเช่าเพื่ออยู่อาศัยจำนวน 43 ราย ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ (บ่อถ่านศิลา)แปลงหมายเลขที่ สฎ.848 (บางส่วน) ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอคือ อำเภอเคียนชา,อำเภอพระแสง, อำเภอพุนพิน และอำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี และในวันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน2562 กรมธนารักษ์จะมอบสัญญาเช่า ที่ดินราชพัสดุตามโครงการธนรักษ์ประชารัฐให้กับประชาชนแปลงทะเบียนเลขที่ กจ 209 เขตพัฒนาเศรษฐกิจกาญจนบุรี (นอกเขตอุตสาหกรรม) หมู่ที่12 ตำบลบ้านเก่าอำภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 141 ราย โดยเป็นสัญญาเช่าเพื่อการเกษตร” อธิบดีกรมธนารักษ์กล่าวในตอนท้าย

Cr.สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.54 ปี)

ธวัชชัย เฟื่องอนันต์ รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here