ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์ ##พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม.​ แถลงข่าว​ บก.สส.สตม. รวบผู้ต้องหาตามหมายจับคดีข่มขืนทันควันด้วยไบโอเมตริก, รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์…หลอกขอรหัส OTP โอนเงินออกจากบัญชี ความเสียหายกว่า 1.2 ล้านบาท

0
256

พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม.​ แถลงข่าว​ บก.สส.สตม. รวบผู้ต้องหาตามหมายจับคดีข่มขืนทันควันด้วยไบโอเมตริก, รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์…หลอกขอรหัส OTP โอนเงินออกจากบัญชี ความเสียหายกว่า 1.2 ล้านบาท

วันศุกร์ที่​ 17​ ม.ค.2563​ เวลา​13.30​ น.​ : พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น
ผบก​ สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.วีรพล สวัสดี รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.อภิมุข กานตยากร รอง ผบก.สส.สตม, และ พ.ต.อ.อาภากร โกมลสุทธิ ผกก​2 บก.สส.สตม. ร่วมแกลงช่าว​ ดังนี้

1.​ บก.สส.สตม. รวบผู้ต้องหาตามหมายจับคดีข่มขืนทันควันด้วยไบโอเมตริก​ :
บก.สส.สตม.จับกุม นายกาสี (MR.GHAZI) อายุ 33 ปี สัญชาติ คูเวต​ โดยกล่าวหาว่า เป็นผู้ด้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดภูเก็ตที่ จ.20/2563 ลงวันที่ 16 ม.ค.2563 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดซืนได้
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับประสานข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าตอง จว.ภูเก็ต ว่า​ เมื่อวันที่ 14 ม.ค 2563 MRGHAZ อายุ
33​ ปี สัญชาติคูเวต ได้ข่มขืนกระทำชำเราหญิงสาวชาวเดนมาร์ก เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.ป่าตอง จว.ภูเก็ต พนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง
ได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อออกหมายจับ จึงประสานให้เจ้าหน้าที่ สืบสวน บก.สส.สตม. ออกสืบสวนจับกุมโดยทันที
เกรงว่าผู้กระทำความผิดจะหลบหนีออกนอกประทศ เจ้าหน้าที่จึงได้สืบสวนทราบว่ า​Mr.GHAZ เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ในซอย
สุขุมวิท 5​ ถ.สุขุมวิท แขวงวัฒนา เขตวัฒนา กทม.​ เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2563 และได้แจ้งออกจากโรงแรมในวันที่ 15 ม.ค. 2563 เจ้าหน้าที่
จึงได้ติดตามสืบสวนจนกระทั่งพบคนต่างด้าวลักษณะรูปพรรณคล้ายกับนายกาสี นั่งอยู่ที่โรงแรม​ ชามา เลคริว อโศก ซอยสุชุมวิท 16
จึงได้ขอดรวจสอบเอกสารการเดินทาง ของบุคคลดังกล่าว ได้แสดงหนังสือเดินทาง หมายเลช P05641653 ระบุชื่อ MR.GHAZ จึงได้
ตรวจสอบกับระบบเทคโนโลยีและสารสนทศ ของสำนักงานตรวจคนข้าเมือง พบว่าบุคคลดังกล่าวมีชื่ออยู่ในบัญชีเฝ้าดู จึงได้เชิญตัว
มายัง กก.2​ บก.สส.สตม. เพื่อตรวจสอบฐานข้อมูลในระบบ Biometrics และหมายจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า บุคคลดังกล่าวมีหมายจับของศาสจัหวัดภูเก็ตที่ จ20/2563 ลงวันที่ 16 ม.ค. 2563 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญตัวยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ MR.GHAZI ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง จึงแจ้งข้อกล่าวหาและแสดงหมายจับให้ผู้ถูกจับทราบผ่านล่ามแปล
ในการจับกุมครั้งนี้ใช้เวลาพียง 2 วัน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าตอง ได้ประสานข้อมูลมายัง สตม. และลงในระบบ
Biometics อย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นการตรวจสอบ สกัดกั้น และยืนยันตัวบุคคลผู้กระทำผิด

2.รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์…หลอกขอรหัส OTP ลูกค้าธนาคารออมสิน
โอนเงินออกจากบัญชี ความเสียหายกว่า 1.2 ล้านบาท​ :

ชุดสืบสวนจับกุมประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ ศปชก.สตม., บก.สส.สตม., กก.สส.บก.ตม.3 และชุดสืบสวน​กก.ภ.จว.กำแพงเพชร โดย ร.ต.อ.โกเมน วรรณบวร รอง สว.(สอบสวน) สน.นางเลิ้ง ปรก.สตม., ร.ต.อ.วิภู อิทธิกมล รอง สว (สอบสวน) สภ.โพธิ์แก้ว ปรก.สตม., ร.ต.อ.เอกวิน ชีวมงคล รอง สว.ฝอ.สส.ปรก.สตม., ร.ต.ท.รณกฤต เกษสังข์ รอง สว.ฝสส.1 สส.ปรก.สตม. และ ด.ต.สมคิด คำสวัสดิ์ ผบ.หมู่ กก.สส.บก.น.1 ปรก.สตม.
ร่วมกันทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรหลอกลวงคนไทยขอรหัสโอทีพี (OTP) ลูกค้าธนาคารออมสินแล้วติดตั้งแอปพลิเคชั่นโอนเงินทางมือถือ โอนเงินออกได้รับความเสียหายจำนวนมา

โดยเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2563 ชุด ศปชก.สตม., บก.สส.สตม. และชุดสืบสวน ภ.จว.กำแพงเพชร ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา จำนวน 2 คน คือ น.ส.สุภัสสราฯ อายุ 19 ปี และนายอดิศรฯ อายุ 18 ปี ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบและร่วมกันลักทรัพย์” โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ จว.กำแพงเพชร พร้อมยึดของกลาง เสื้อผ้าสวมใส่วันถอนเงิน โทรศัพท์มือถือ ซิมการ์ดโทรศัพท์ บัตรเอทีเอ็ม ฯลฯ รวม 21 รายการ ให้การรับสารภาพ ทำหน้าที่ถอนเงิน โดย น.ส.สุภัสสราฯ ภรรยานายอภิเดช หรือ แขก อ้างว่ามี นายอาเหว่ย ชาวพม่าเป็นผู้สั่งการ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.สามเสน
พฤติการณ์การกระทำความผิด กล่าวคือ เมื่อระหว่างวันที่ 4 พ.ย. – 28 ธ.ค.62 พบผู้เสียหาย จำนวน 11 ราย
รวมความเสียหาย จำนวน 1,223,197.39 บาท แจ้งว่า มีกลุ่มคนร้ายได้โทรศัพท์ไปยังโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสิน โดยอ้างว่าบัญชีธนาคารของผู้เสียหายมีปัญหามีผู้อื่นนำบัญชีไปใช้จะต้องมีการแก้ไขโดยการติดตั้งแอปพลิเคชั่น มายโม (Mymo) ของธนาคารออมสิน โดยทางศูนย์จะส่งรหัสเป็นข้อความ (Message) แล้วหลอกถามข้อมูลส่วนตัวและเลขบัญชีธนาคาร , เอทีเอ็ม และ รหัสโอทีพี (OTP) ของผู้เสียหายโดยอ้างว่าเป็นการตรวจสอบจากธนาคารว่าเป็นเจ้าของบัญชีจริงหรือไม่ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อจึงแจ้งข้อมูลดังกล่าว จึงถูกคนร้ายถอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายโดยไม่ใช้บัตรเอทีเอ็ม (Cardless) หรือโอนเงินออกจากบัญชีผู้เสียหายโอนเข้าบัญชีคนร้ายที่เปิดรองรับไว้แล้วถอนเงินออก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทำการสืบสวนเส้นทางการเงิน ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ทำรายงานการสืบสวนส่งพนักงานสอบสวน สน.สามเสน ท้องที่เกิดเหตุออกหมายจับโดยมีรายละเอียดการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสิ้น จำนวน 4 ราย ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นคนอื่นฯ” และ “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นคนอื่น,ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบและร่วมกันลักทรัพย์” จากการสืบสวนขยายผลและประสานกับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านตาขุน พบว่า นายอภิเดชฯ ยังได้ก่อเหตุหลอกลวงผู้เสียหายเจ้าของบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) หลอกขอโอทีพีในลักษณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2562 ความเสียหาย 1,020,000 บาท โดยนายอภิสิทธิ์ ทำหน้าที่ถอนเงิน เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2562 ให้การว่า นายอภิเดชฯ เป็นผู้สั่งการให้ถอนเงิน สตม. ขอเรียนให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิด

ในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทย และสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และมีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th
จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

ธวัชชัย เฟื่องอนันต์​ ภาพ/ข่าว

เสริม ศักดิ์สม รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here