ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์##ป.ป.ส. สนธิกำลังหน่วยภาคีตามรวบผู้บงการอยู่เบื้องหลัง ใช้รถพยาบาล/รถกู้ภัยลำเลียงไอซ์ร่วม 400 กก.และพยายามส่งไอซ์ข้ามชาติ 1.5 ตัน

0
141

ป.ป.ส. สนธิกำลังหน่วยภาคีตามรวบผู้บงการอยู่เบื้องหลัง ใช้รถพยาบาล/รถกู้ภัยลำเลียงไอซ์ร่วม 400 กก.และพยายามส่งไอซ์ข้ามชาติ 1.5 ตัน

วันพุธที่​ 22​ ม.ค.2563​ : นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) เปิดเผยว่าเมื่อช่วงกลางเดือนมกราคม 2563 ที่ผ่านมา สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) และศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ทำการสืบสวนติดตามบุคคลที่อยู่เบื้องหลังในการลักลอบส่งออกไอซ์ไปต่างประเทศจนกระทั่งจับตัวได้ 2 รายสืบเนื่องจากเมื่อเดือนกันยายน 2561 สำนักงาน ป.ป.ส. สนธิกำลังกับหน่วยงานภาคีสกัดจับขบวนการลำเลียงไอซ์จากชายแดนภาคเหนือ โดยใช้รถพยาบาล/รถหน่วยกู้ภัยอำพรางในการลำเลียง โดยจับผู้ต้องหาได้ 7 คน ยึดไอซ์ 398 กก. และคีตามีนอีก 81 กก. ในพื้นที่ จ.พะเยา แต่ทั้งหมดเป็นเพียงผู้รับจ้างลำเลียงเท่านั้น จากการสืบสวนสอบสวนขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐานได้นำไปสู่การขออนุมัติหมายจับ นายพเยาว์ และ น.ส.สุรีรัตน์ ผู้สั่งการและทำหน้าที่ควบคุมการลำเลียงจากภาคเหนือไปยังพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ ในระหว่างการติดตามจับ นายพเยาว์ และ น.ส.สุรีรัตน์ อยู่นั้นก็ได้สืบสวนทราบว่า นายพเยาว์ กำลังเตรียมการลำเลียงไอซ์จำนวนมากเข้าประเทศไทยทางชายแดนด้านตะวันตก ซึ่งประกอบกับให้เบาะแสเพิ่มเติมจากประชาชนผ่านสายด่วน 1386 จนนำไปสู่การพิสูจน์ทราบรถบรรทุกที่ใช้ในการลำเลียงไอซ์ และในที่สุดก็สามารถจับยึดไอซ์ประมาณ 1,500 กก. พร้อมกับผู้ต้องหา 1 คน ในโกดังแห่งหนึ่งย่าน จ.ปทุมธานี เมื่อเดือน มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งทราบว่าไอซ์จำนวนดังกล่าวจะถูกส่งต่อทางเรือไปยังต่างประเทศ

สำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยภาคีได้ทำการสืบสวนต่อเนื่องรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องในกรณีดังกล่าวอีกหลายรายรวมถึง นายพเยาว์ และกำหนดให้บุคคลกลุ่มนี้เป็นเป้าหมายสำคัญในลำดับต้นๆ กระทั่งเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2563 ทราบว่า นายพเยาว์ และ น.ส.สุรีรัตน์ ได้หลบหนีไปอาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.นครปฐม จึงได้เฝ้าติดตามและจับตัวทั้งสองในที่สุด ทั้งนี้ได้ทำการตรวจสอบและยึดอายัดทรัพย์สินควบคู่กันไป และจะยังคงติดตามจับบุคคลในขบวนการที่เหลือต่อไปเลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวตอนท้ายว่า การดำเนินการต่อผู้กระทำผิดรายสำคัญเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ให้ความสำคัญกับการขยายผลเพื่อนำตัวนายทุนหรือผู้สั่งการมาลงโทษ พร้อมทั้งโดยใช้มาตรยึดทรัพย์สิน จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้เชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทุ่มเทกำลังกายและกำลังใจการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเพื่อความปลอดภัยของสังคมและความมั่นคงของประเทศ ทั้งนี้ หากพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. โทร 1386 ตลอด 24 ชั่วโมงแจ้งเบาะแสยาเสพติด สายด่วน ป.ป.ส. โทร.1386 ตลอด 24 ชั่วโมง@Maprang

ธวัชชัย เฟื่องอนันต์​ ภาพ/ข่าว

เสริม ศักดิ์สม รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here