ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์##พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. แถลงข่าวผลการจับกุม อาชญากรรมข้ามชาติในรอบสัปดาห์ของ​ ตม.5

0
274

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. แถลงข่าวผลการจับกุม อาชญากรรมข้ามชาติในรอบสัปดาห์ของ​ ตม.5

วันพฤหัสบดีที่ 30 ม.ค.63 14.00 น.​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) :


พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.สุรพงษ์​ ชัยจันทร์​ รอง​ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พิสิฐ ตันประเสริฐ รอง ผบช.สงป. ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.ณัชธฤต ปิ่นปัก รอง​ ผบก.อก.สตม. ปฏิบัติราชการ​ บก.ตม.5, พ.ต.อ.สังคม​ ตัดโส ผบก.ตม.จว.ตาก, พ.ต.อ.เศรษฐภัทร​ ณ​ สงขลา​ ผกก.สส.บก.ตม.5 และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม​ ร่วมแถลงข่าว​ตม.5​ จับกุม​ 4​ คดี​ ดังนี้

  1. ตม.จว.ตาก บก.ตม.5 จับกุมจีน 4 ราย หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อเดินทางไปยังประเทศเมียนมา ทางชายแดน อ.แม่สอด จว.ตาดทำการปลอมหนังสือเดินทาง โดยการตัดต่อหน้า biodata
    : วันที่ 2 มกราคม 2563 เวลาประมาณ 06.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่จุดตรวจร่วมบ้านห้วยหินฝน ตม.จว.ตาก ได้ทำการตรวจสอบการเดินทางของบุคคคลต่างด้าว พบ นายอำนาจ หรือบอล ผู้ถูกจับที่ 1 ขับรถตู้โดยสารไม่ประจำทาง หมายเลขทะเบียน 36-0141 ชลบุรี มุ่งหน้าเข้า อ.แม่สอด จว.ตาก ถึงจุดตรวจร่วมบ้านห้วยหินฝนชุดจับกุมได้แสดงตัวและขอตรวจค้นโดยแสดงความบริสุทธิ์ทุกนาย พบผู้โดยสารชาวจีน​ 4​ คนนั่งโดยสารมา จึงขอตรวจหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง จากการตรวจสอบพบว่า สอบถามผู้ถูกจับ ให้การว่ารับชาวจีน​ 4​ คน จากตลาดโรงเกลือ โดยมีคนจีนไม่ทราบชื่อจริง ผู้ถูกจับ เรียกว่า “เฮีย” ใช้โทรศัพท์หมายเลข 080-4783XXX โทรเข้ามาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2562 ช่วงเวลา 16.17 น. แจ้งว่าให้มารับลูกค้าซึ่งเป็นคนจีน เพื่อพามาส่งที่ อ.แม่สอด จว.ตาก ในราคาว่าจ้าง 9,000 บาท จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับ ทราบว่า “ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆเพื่อให้คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืน พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522” และ​ ชาวจีน​ 4​ คน ผ่านล่ามแปลภาษา “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต , ปลอมหรือใช้หนังสือเดินทางปลอม” โดยผู้ถูกจับทั้งหมด ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ตรวจยึดของกลาง รถตู้โดยสาร 1 คัน และสำเนาหนังสือเดินทางที่ผู้ถูกจับนำมาแสดง 4 ชุด และควบคุมตัวผู้ถูกจับทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด จว.ตาก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไ
  2. ตม.จว.ตาก บก.ตม.5 จับกุม 3 เมียนมา ใช้หนังสือเดินทางปลอม ปลอมและปลอมรอยตราประทับ รอยตราหมายเลข A1223 ปลอม​ :
    เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สนธิกำลังร่วมกันตั้งจุดตรวจบ้านห้วยหินฝน ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จว.ตาก ได้ตรวจสอบผู้โดยสารรถโดยสารประจำทางของบริษัทเชิดชัยทัวร์ ที่กำลังเดินทางไปกรุงเทพ ซึ่งผู้ถูกจับกุมโดยสารรถประจำทางของบริษัท เชิดชัยทัวร์ หมายเลขข้างรถ 956-4 ทะเบียนรถ 10-0028 กรุงเทพ เมื่อถึงจุดตรวจร่วมบ้านห้วยหินฝน (ขาออก) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจหนังสือเดินทางหรือเอกสารที่ใช้แทนหนังสือเดินทางกับผู้โดยสารที่เป็นชาวต่างชาติที่โดยสารรถคันดังกล่าว จากการตรวจสอบปรากฏพบ
  3. นายเหนียง (Mr.NAING) อายุ 18 ปี สัญชาติเมียนมา ได้แสดงหนังสือเดินทางเมียนมาเล่มสีแดง และในหน้าที่ 20 รอยตราประทับขาเข้า ของด่าน ตม.ทอ.ดอนเมือง ระบุวันเข้าวันที่ 10 ม.ค. 2563 สิ้นสุดวันอนุญาต วันที่ 23 ม.ค. 2563 ประเภท ผ.ผ. 14 ปลอม (เนื่องจากไม่พบการเดินทาง)
  4. นายมิน ไป่ (Mr.MIN) อายุ 25 ปี สัญชาติเมียนมา ได้แสดงหนังสือเดินทางเมียนมาเล่มสีแดง และในหน้าที่ 15 รอยตราประทับขาเข้า ของด่าน ตม.ทอ.ดอนเมือง ระบุวันเข้าวันที่ 10 ม.ค. 2563 สิ้นสุดวันอนุญาต วันที่ 23 ม.ค. 2563 ประเภท ผ.ผ.14 ปลอม (เนื่องจากไม่พบการเดินทาง)
  5. นางนู (Mrs.NU) อายุ 28 ปี สัญชาติ เมียนมา ได้แสดงหนังสือเดินทางเมียนมาเล่มสีแดง และในหน้าที่ 35 รอยตราประทับขาเข้า ของด่าน ตม.ทอ.ดอนเมือง ระบุวันเข้าวันที่ 10 ม.ค. 2563 สิ้นสุดวันอนุญาต วันที่ 23 ม.ค. 2563 ประเภท ผ.ผ.14 ปลอม (เนื่องจากไม่พบการเดินทาง)
    ตรวจสอบในหนังสือเดินทางมีการเดินทางไปหลายประเทศ แต่หนังสือเดินทางมีสภาพชำรุด ผิดปกติต้องสงสัย จึงได้เชิญตัวมาตรวจสอบที่ ตม.จว.ตาก เจ้าหน้าที่ได้ทำกาตรวจสอบกับระบบ PIBICS และ Biometrics แล้วข้างต้น ไม่ปรากฏข้อมูลการเดินทางแต่อย่างใด จากการสอบถามผู้ถูกจับกุมทั้งสาม สามารถตอบชื่อได้ตรงตามหนังสือเดินทางที่นำมาแสดง แต่ไม่สามารถตอบวันเดือนปีเกิด และอายุ ได้ เจ้าหน้าที่ได้ให้ลองเซ็นต์ชื่อแล้วพบว่าไม่ตรงกับลายเซ็นในหนังสือเดินทาง และให้การรับสารภาพว่า เดินทางจากเมืองพิว ประเทศเมียนมา ข้ามเรือเข้ามาในประเทศไทย เพื่อจะไปเยี่ยมญาติและท่องเที่ยว กำลังจะเดินทางไปที่ กรุงเทพมหานครโดยโดยสารไปกับรถประจำทาง สายแม่สอด-กรุงเทพ ส่วนหนังสือเดินทางที่ใช้แสดงกับเจ้าหน้าที่ได้มาโดยนำรูปถ่ายของตนมอบให้กับนายหน้าเพื่อให้ดำเนินการทำหนังสือเดินทางเมียนมา (เล่มแดง)ให้ ในราคาเล่มละ 1,500,000 จ๊าด (50,000 บาท) และนำติดตัวมาเพื่อใช้แสดงกับเจ้าหน้าที่ด่านตรวจ
    เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของ ผู้ถูกจับเป็นความผิด จึงได้แจ้ง ข้อกล่าวหาให้ ผู้ถูกจับทราบว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ปลอมหรือใช้หนังสือเดินปลอมและ ปลอมหรือใช้ รอยตราหมายเลข A1223 ปลอม” ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหา ทราบและเข้าใจข้อกล่าวหาผ่านล่ามแปลภาษาดีแล้ว ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้ตรวจยึดของกลาง จำนวน 3 รายการ และ ควบคุมตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป
  6. ตม.จว.ตาก บก.ตม.5 จับกุม 2 คนไทย ลักลอบขับรถขนคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย​ : เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีขบวนการนำแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เพื่อพาเข้าพื้นที่ชั้นใน หลังรับแจ้งจึงบูรณาการกำลังออกตรวจสอบเส้นทาง พร้อมกับจัดชุดซุ่มดูบริเวณริมถนนหมู่บ้าน จากบ้านแม่ปะเหนือผ่านอ่างเก็บน้ำห้วยลึก มาขึ้นถนนหลักสายแม่สอด-ตาก เลยจุดตรวจบ้านห้วยหินฝนโดยไม่ต้องผ่านการตรวจ จนกระทั่งถึงเวลาเกิดเหตุ จุดซุ่มดูแจ้งมายังจุดสกัดว่าพบรถยนต์คันเป้าหมายตามที่สายแจ้ง จนกระทั่งใกล้จุดสกัดเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ออกไปแสดงตัว พร้อมส่งสัญญาณให้หยุดรถ เมื่อผู้ถูกจับกุมจอดรถแล้วเจ้าหน้าที่ทุกนายได้แจ้งความประสงค์ และแสดงความบริสุทธิ์ให้ผู้ขับขี่ดู ตรวจสอบพบมีผู้โดยสารนั่งหน้าคู่คนขับ เป็นหญิง 1 คน และมีผู้โดยสารนั่งในแคปหลัง จำนวน 4 คน (ช.2,ญ.2) ผู้ขับขี่แจ้งว่าเป็นคนต่างด้าว สัญชาติเมียนมา จึงสอบถา ม(ผ่านล่ามแปล) ขอตรวจหนังสือเดินทาง หรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง ทุกคนไม่มีแสดง และได้ตรวจสอบผ่านระบบ Biometrics และ PIBICS เบื้องต้นแล้วไม่พบข้มูลการเดินทางแต่อย่างใด รับว่าลักลอบหลบหนีเข้าเมืองมาโดยผิดกฎหมาย ตามช่องทางธรรมชาติ

สอบถามผู้ถูกจับที่ 1 ให้การรับว่า เดินทางมาจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้ามาที่ อ.แม่สอด จว.ตาก โดยมีนายนนท์ ไม่ทราบชื่อ นามสกุลจริง ติดต่อมาทางโทรศัพท์หมายเลข 083-8099XXX และอีกหมายเลขคือ 097-2506XXX นัดหมายกับผู้ถูกจับที่ 1 ให้มารับคนต่างด้าวที่บริเวณลานจอดรถหน้าห้างโรบินสัน แม่สอด เมื่อเดินทางมาถึงลานจอดรถช่วงเวลาหลังเที่ยงวัน ผู้ถูกจับที่ 1 โทรสอบถาม นายนนท์ฯ กลับไป สักครู่มีรถยนต์มาส่งผู้ถูกจับที่ 2-6 ลงไว้ที่บริเวณลานจอดรถแล้วขับออกไป ไม่ทราบว่าเป็นรถยนต์ยี่ห้อ สี หรือหมายเลขทะเบียนอะไร นายนนท์ฯ แจ้งว่าให้รับขึ้นรถออกเดินทางได้เลย หลังจากนั้นผู้ถูกจับที่ 1 ก็รับ ผู้ถูกจับที่ 2-6 ขับออกจากลานจอดมุ่งหน้าไปทางสายแม่ระมาด แล้วเข้าถนนซอยอ่างเก็บน้ำห้วยลึกมุ่งหน้าบ้านห้วยหินฝน ซึ่งจุดตัดขึ้นถนนสายหลักแม่สอด-ตาก จะเลยด่านตรวจบ้านห้วยหินฝน แต่เมื่อถึงจุดเกิดเหตุพบว่ามีเจ้าหน้าที่จำนวนหลายนายออกมาแสดงตัวขอตรวจค้น และตรวจสอบเอกสาร และจับกุมตัวทั้งหมด พร้อมยึดของกลางรถยนต์ แจ้งข้อกล่าวหา “ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดย
ผิดกฎหมายซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย” และแจ้งสิทธิ์ให้ทราบดังกล่าวข้างต้น ชั้นจับกุมทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และรับว่าขนมาแล้วประมาณ 7-8 เที่ยว ได้ค่าจ้างขนหัวละ 4,000 บาท

สอบถามผู้ถูกจับที่ 2-6 รับว่าเดินทางจากประเทศเมียนมา เพื่อเดินทางเข้าไปทำงานยังเมืองชั้นใน และจ่ายเงินให้กับนายหน้าที่เป็นชาวเมียนมา ด้วยกันคนละประมาณ 10,000 บาท ที่ฝั่งจังหวัดเมียวดี แล้วข้ามมาทางช่องทางธรรมชาติ จนกระทั่งมาถูกจับกุมตัว แจ้งข้อกล่าวหา “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย” ผ่าล่ามแปลภาษาให้ทราบดังกล่าวข้างต้น เจ้าหน้าที่ ตม.จว.ตาก จึงนำตัว พร้อมของกลาง รถยนต์กระบะ แคป สีดำ ยี่ห้อนิสสัน รุ่นฟรอนเทียร์ ตาก จำนวน 1 คัน ส่ง พงส.สภ.แม่สอด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

  1. กก.สส.บก.ตม.5 จับกุมคนต่างด้าวสัญชาติอินเดีย Over stay 628 วัน​ : ด้วยได้รับข้อมูลว่ามีบุคคลสัญชาติอินเดียปรากฏตัวในลักษณะตระเวนขับรถจักรยานยนต์ไปตามถนนในเขตตำบลตาคลี อำเภอตาลี จังหวัดนครสวรรค์ และอำเภอใกล้เคียง จึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 เฝ้าติดตามตรวจสอบบุคคลดังกล่าว จนกระทั่งพบตัวบุคคลต้องสงสัยตรงตามลักษณะรูปพรรณที่ได้รับข้อมูลขณะขับรถจักรยานยนต์ออกจากปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง ตำบลตาคลี อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ จึงได้แสดงตนพร้อมบัตรเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและเรียกตรวจเอกสารหนังสือเดินทางหรือเอกสารประจำตัว ต่อมาคนต่างด้าวดังกล่าวได้นำหนังสือเดินทางประเทศอินเดียมาแสดง เจ้าหน้าที่จึงได้นำไปตรวจสอบฐานข้อมูลระบบสารสนเทศของ สตม.ภายในรถยนต์ตรวจการณ์อัจฉริยะ เพื่อตรวจสอบเปรียบเทียบการตรวจลงตราอนุญาต, ตรวจสอบข้อมูลบุคคลเฝ้าระวังหรือบุคคลต้องห้ามฯ ปรากฎข้อมูลส่วนบุคคลตรงกับหนังสือเดินทางโดยคนต่างด้าวชื่อว่า นายมานอฟ สัญชาติอินเดีย อายุ 32 ปี เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เมื่อ 11 ก.พ.2561 ได้รับอนุญาตตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยว อนุญาตถึง 11 เม.ย.2561 ซึ่งเป็นการอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาตจำนวน 682 วัน แต่ไม่ได้เป็นบุคคลที่มีรายชื่อเฝ้าระวังหรือบุคคลต้องห้ามฯ แต่อย่างใด รวมทั้งตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายอื่นใด จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” ควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ต่อไป

ธวัชชัย เฟื่องอนันต์​ ภาพ/ข่าว

เสริม ศักดิ์สม รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here