ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์##ป.ป.ส. ชี้ทางการแพทย์ “ผู้ติดยาเสพติด” เป็น “ผู้ป่วยด้วยโรคสมองติดยา” สามารถรักษาให้หายได้ ขอให้สังคมเข้าใจช่วยกันดูแลและให้โอกาส รัฐบาลยกระดับ รพ.สต. ทั่วประเทศ 9,763 แห่ง ให้สามารถบำบัดรักษา ทำให้ผู้เสพเข้าถึงได้ง่าย

0
250

ป.ป.ส. ชี้ทางการแพทย์ “ผู้ติดยาเสพติด” เป็น “ผู้ป่วยด้วยโรคสมองติดยา” สามารถรักษาให้หายได้ ขอให้สังคมเข้าใจช่วยกันดูแลและให้โอกาส รัฐบาลยกระดับ รพ.สต. ทั่วประเทศ 9,763 แห่ง ให้สามารถบำบัดรักษา ทำให้ผู้เสพเข้าถึงได้ง่าย

วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 : นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) เปิดเผยว่าผู้ติดยาเสพติดหากได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมและต่อเนื่องจะทำให้เลิกยาเสพติดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เสพยาเสพติดจนกระทั่งมีอาการทางจิต ทำให้บางครั้งไม่สามารถควบคุมตนเอง ยิ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องและถูกวิธีโดยแพทย์ผู้ชำนาญ ดังนั้นการเข้าถึงบริการด้านการบำบัดรักษาได้ง่าย จะช่วยให้ผู้เสพ/ผู้ติด เลิกยาเสพติดได้มาก รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ โดยได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข รับผิดชอบดูแลการบำบัดรักษายาเสพติดทั้งระบบ และเพิ่มสถานบำบัดรักษาให้ผู้เสพ/ผู้ติด สามารถเข้าถึงบริการได้มากขึ้น โดยพัฒนาให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทั่วประเทศ ทั้ง 9,763 แห่ง ให้สามารถบำบัดรักษาผู้ใช้/ผู้เสพได้ ทำให้มีสถานบำบัดรักษาเพิ่มขึ้นถึง 7,251 แห่ง ขณะเดียวกันก็เพิ่มสถานพยาบาลในสังกัดกรมสุขภาพจิต จากเดิมมี 13 แห่ง ขึ้นเป็น 16 แห่ง เพื่อรองรับผู้เสพ/ผู้ติด ที่มีอาการทางจิตให้ได้รับการบำบัดรักษาอย่างเหมาะสม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้แนวทางในการดำเนินมาตรการการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด ผ่านกลไกความร่วมมือของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทย ใน 3 ระบบ ทั้งระบบสมัครใจ ระบบบังคับบำบัด และระบบต้องโทษ โดยการติดตามช่วยเหลือผู้เข้ารับการบำบัดทางการแพทย์และทางสังคมอย่างใกล้ชิดตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ตลอดจนการตรวจสอบและดูแลผู้ป่วยสมองติดยาจนมีอาการทางจิตร่วมด้วย เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุว่า 4 เดือนที่ผ่านมา (ตุลาคม 2562 – มกราคม 2563) ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงาน ป.ป.ส. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ผ่านสายด่วน 1386 ขอความช่วยเหลือให้นำตัวผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด ทั้งที่ไม่มีอาการและมีอาการทางจิต เข้าบำบัดฟื้นฟูรวม 73 ราย แต่พบว่าแนวโน้มของผู้เสพยาเสพติด จนกระทั่งมีอาการทางจิตนั้น มีเพิ่มขึ้นทั้งนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนที่ไม่มีสมาชิกในครอบครัวเสพ/ติดยาเสพติด ได้ให้ความดูแลเอาใจใส่ไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่หากมีสมาชิกในครอบครัวเสพ/ติดยาเสพติดแล้ว ขอให้ใช้ความเข้าใจในการดูแลและนำตัวเข้ารับการบำบัดรักษาในโอกาสแรก อย่าปล่อยให้เสพจนกระทั่งมีอาการทางจิต และหากมีอาการทางจิตแล้ว ต้องเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดและพาไปพบแพทย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สามารถขอคำแนะนำผ่านสายด่วน กรมสุขภาพจิต 1323 สายด่วนธัญญารักษ์ โทร.1165 และสายด่วน ป.ป.ส. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง

ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย สมัครใจเข้าบำบัด ไม่เสียประวัติ ไม่มีความผิด

ธวัชชัย เฟื่องอนันต์​ ภาพ/ข่าว

เสริม ศักดิ์สม รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here