ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์##เลขาธิการ ป.ป.ส. รายงานผลการดำเนินงานด้านการป้องกันยาเสพติด ในห้วงระยะ 9 เดือน (กรกฎาคม 2562 – มีนาคม 2563) ขานรับนโยบายรัฐบาล

0
1047

เลขาธิการ ป.ป.ส. รายงานผลการดำเนินงานด้านการป้องกันยาเสพติด ในห้วงระยะ 9 เดือน (กรกฎาคม 2562 – มีนาคม 2563) ขานรับนโยบายรัฐบาล

ป.ป.ส. สรุปผลงานด้านการป้องกันยาเสพติด 9 เดือน เกิดพื้นที่ปลอดภัยใน 1,953 ตำบล 41 เขต หมู่บ้าน/ชุมชนป้องกันและเฝ้าระวังยาเสพติดภาคเหนือตอนล่าง 6,009 แห่ง มีหมู่บ้าน/ชุมชนไม่มีปัญหาเพิ่มขึ้น 2,446 แห่ง สร้างการรับรู้โทษพิษภัยยาเสพติดถึงประชาชน 25.4 ล้านราย ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หอกระจายข่าว เสียงตามสาย และยังคงมุ่งลดความต้องการยาเสพติดในกลุ่มเด็ก/เยาวชนอย่างต่อเนื่อง โดยแสวงความร่วมมือและบูรณาการกับหน่วยงานทุกภาคส่วน นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) รายงานผลการดำเนินงานด้านการป้องกันยาเสพติด ในห้วงระยะ 9 เดือน (กรกฎาคม 2562 – มีนาคม 2563) ภายหลังที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 โดยได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาเร่งด่วน สำหรับด้านการป้องกันยาเสพติดได้มีการเน้นให้สร้างการรับรู้และความเข้าใจถึงโทษพิษภัยของยาเสพติดให้กับประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนเพื่อไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดในทุกลักษณะ ซึ่งนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้นำนโยบายสู่การปฏิบัติดังนี้

  1. การสร้างสภาพแวดล้อมให้เป็น “พื้นที่ปลอดภัย” ภายใต้แนวคิด“ตำบลมั่งคง ปลอดภัยยาเสพติด” ด้วยการสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน สร้างความเชื่อมโยงระหว่างชุมชน สถานศึกษา สถานประกอบการ และศาสนสถานในพื้นที่ ทั้งด้านการป้องกัน เฝ้าระวังปัญหา และการบำบัดรักษาในชุมชน โดยสามารถสร้างพื้นที่ปลอดภัยได้แล้วจำนวน 1,953 ตำบล 41 เขต (เป้าหมาย 7,255 ตำบล 50 เขตทั่วประเทศ)
  2. การสร้างแนวป้องกันและเฝ้าระวังยาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชนนำร่องในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 6 จังหวัด (ตาก พิษณุโลก สุโขทัย พิจิตร นครสวรรค์ และกำแพงเพชร) เพื่อสกัดกั้นการลำเลียงและลดการค้ายาเสพติดผ่านเข้าสู่พื้นที่ตอนใน ด้วยการสร้างให้สมาชิกในหมู่บ้านชุมชนมีสวนร่วมในการดำเนินงานโดยผ่านกลไกผู้นำชุมชน (ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประธานชุมชน อาสาสมัคร) ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน โดยได้เริ่มดำเนินการแล้วใน 65 อำเภอ 522/11 ตำบล/เทศบาล 6,009 หมู่บ้าน/ชุมชน และมีการขับเคลื่อนกิจกรรมไปแล้ว 5,280 หมู่บ้าน/ชุมชน
  3. การลดพื้นที่เสี่ยงเพื่อป้องกันการมั่วสุมของเด็กและเยาวชน ด้วยการตรวจสถานบริการ 124 แห่งในจำนวนดังกล่าวพักใบอนุญาต 1 แห่ง สั่งปิดชั่วคราว 18 แห่ง และดำเนินคดีกับเจ้าของ 69 ราย นอกจากนี้ยังดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้าน/ชุมชนที่เป็นแหล่งแพร่ระบาด 4,209 แห่ง เพื่อลดโอกาสการเข้าถึงยาเสพติดของเด็กและเยาวชน
  4. การสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดเพื่อลดผู้เสพรายใหม่ โดยมุ่งเน้นกลุ่มประชากรวัยเสี่ยงสูงช่วงอายุ 15-24 ปี ด้วยการรณรงค์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารภายใต้แนวคิดคือ “พื้นที่ปลอดภัย (Save Zone) วงการนี้ไม่ต้องการคนหน้าใหม่ (No New Face)” ผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมทั้งจัดกิจกรรมเสริมทักษะการใช้ชีวิตที่ถูกต้อง ด้วยการร่วมมือกับหน่วยภาคีได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย 707,505 คน การสร้างภูมิคุ้มกันในกลุ่มเด็ก/เยาวชนโดยเป็นแบ่งระดับปฐมวัย 891,537 คน ระดับประถมศึกษา 2,170,493 คน ระดับมัธยม อาชีวะ อุดมศึกษา 2,345,797 คน และเด็ก/เยาวชนนอกระบบการศึกษา 32,954 คน และกลุ่มแรงงานในสถานประกอบการ 684,802 คน
  5. การสร้างการรับรู้ ความตระหนักและความเข้าใจถึงปัญหายาเสพติดแก่ประชาชนทั่วในหมู่บ้าน/ชุมชน ด้วยการสื่อสารผ่านหอกระจายข่าว เสียงตามสาย และเครือข่ายการทำงานด้านยาเสพติด สามารถเข้าถึงกลุ่มประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชน 35,397 แห่ง 25,472,108 ราย
    ผลการสำรวจสภาพปัญหายาเสพติดในระดับหมู่บ้าน/ชุมชน (รอบที่ 1/2563) พบว่าหมู่บ้าน/ชุมชน จาก 82,149 แห่ง ไม่มีปัญหายาเสพติด ร้อยละ 73.13 หรือ 60,073 แห่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการสำรวจในรอบปีที่ผ่านมา 2,446 แห่งหรือร้อยละ 2.96 ขณะที่ยังมีหมู่บ้าน/ชุมชนที่มีปัญหาน้อยร้อยละ 15.17 มีปัญหาปานกลางร้อยละ 4.60 และมีปัญหามากร้อยละ 7.10 ซึ่งต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไป ในขณะที่จำนวนผู้เสพยาเสพติดใหม่ลดลงกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมาร้อยละ 16

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวในตอนท้ายว่า “การป้องกันยาเสพติด” มีความสำคัญมากที่สุดและมีผลต่อระดับความรุนแรงของปัญหายาเสพติด เพราะหากการป้องกันมีประสิทธิภาพจะทำให้มีผู้เสพรายใหม่และผู้ผ่านการบำบัดรักษาที่กลับไปเสพซ้ำลดลง เมื่อความต้องการยาเสพติดลดลงก็เชื่อว่าการค้าจะลดตามลงด้วย ดังนั้นการดำเนินทุกวิถีทางที่จะให้เด็ก/เยาวชนและประชาชนทั่วไปรับรู้และเข้าใจถึงทาพิษภัยและผลกระทบอันเกิดจากยาเสพติดจึงเป็นสิ่งสำคัญ ในขณะเดียวกันทุภาคส่วนต้องมีส่วนสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดในกับสมาชิกในครอบครัวและในองค์กรของตนเอง เพราะหน่วยงานรัฐไม่สามารถทำได้โดยลำพัง ดังที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของชาติ และหากพี่น้องประชาชนพบเห็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แจ้งเบาะแสยาเสพติด ได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. โทร.1386 ตลอด 24 ชั่วโมง@TookTa

ธวัชชัย เฟื่องอนันต์​ ภาพ/ข่าว

เสริม ศักดิ์สม รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here