ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์#พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. เป็นประธานประชุมความร่วมมือภาคีเครือข่าย แก้ปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ PM 2.5

0
299

พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. เป็นประธานประชุมความร่วมมือภาคีเครือข่าย แก้ปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ PM 2.5

วันพุธ ที่ 6 ก.พ.2562 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ บช.น. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น.เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา รอง ผบช.น. โดยมี ผุ้แทนจาก สน.บางโพ , สน.บวรมงคล , สน.บางยี่ขัน , สน.ปากคลองสาน , สน.บางคอแหลม ผู้แทน ผู้แทนกรมทางหลวงชนบท ผู้แทนสำนักงานเขต กทม. , คณะ กต.ตร.กทม.และที่ปรึกษา , กต.ตร.สน. , อนุ กต.ตร. บก.น.1 ถึง 9 และผู้แทนมูลนิธิหน่วยกู้ภัยอาสาสมัคร ร่วมประชุมความร่วมมือภาคีเครือข่าย แก้ปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ ห้องประชุมใหญ่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)

ด้วย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น.มีความห่วงใย ใส่ใจประชาชนที่กำลังประสบปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ซึ่งได้ดำริให้มีการแก้ไขปัญหานี้ทั้งควบคุมด้านการจราจร และการใช้รถฉีดน้ำ นั้น

ดังนั้น พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา รอง ผบช.น.จึงมีแนวคิดที่จะทำการทดสอบระบบพ่นละอองน้ำเพื่อดักจับฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อวันศุกร์ที่ 1 ก.พ.2562 เวลา 16.00 น. ที่ผ่านมา บริเวณสะพานพระพุทธยอดฟ้า เขตพระนคร โดยได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในการนำอุปกรณ์มาทดสอบติดตั้ง ปรากฏว่าได้ผลดีมีละอองน้ำดี จับฝุ่นได้ดี ใช้น้ำในปริมาณที่น้อย พ่นออกมาได้นาน ประหยัดค่าใช้จ่าย ส่วนในเรื่องของความสะอาด ก็มีกระบวนการแขวนลอยเพื่อให้น้ำตกตะกอนก่อนที่จะสูบน้ำมาใช้ จึงได้นำเรียนหารือกับ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. เพื่อจะขยายผลทำให้ครอบคลุมพื้นที่ กทม. ซึ่งเห็นชอบให้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ทำร่วมกัน 

จึงได้กำหนดจัดการประชุม ในวันพุธ ที่ 6 ก.พ.2562 เวลา 16.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ บช.น. เพื่อหารือร่วมกันกับภาคีเครือข่าย อาทิ สำนักงานเขต กทม., กรมทางหลงชนบท, กรมเจ้าท่า, กต.ตร., มูลนิธิ หน่วยกู้ภัย อาสาสมัครต่างๆ ในพื้นที่ที่มีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งอยู่ และภาคเอกชนต่างๆ เพื่อหารือในการติดตั้งอุปกรณ์พ่นละอองน้ำดักจับฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 ทั่วทั้ง กทม. โดยไม่ใช้งบประมาณของภาครัฐ ซึ่งมีสะพาน 11 แห่ง คือ 1)สะพานพระราม 6  2)สะพานกรุงธน  3)สะพานพระราม8 4)สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า  5)สะพานพระพุทธยอดฟ้า  6)สะพานพระปกเกล้า  7)สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน  8)สะพานพระราม3  9)สะพานกรุงเทพ  10)สะพานพระราม๙  และ 11)สะพานภูมิพล1  โดยจะดำเนินการวันใดนั้นจะกำหนดหลังจากการประชุมเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งจะมีการเปิดระบบน้ำไปต่อเนื่อง วันละ 1 ชั่วโมงครึ่งต่อครั้ง (ตามความเหมาะสมของพื้นที่) ผู้ที่ควบคุมการเปิดปิดระบบน้ำในแต่ละวัน ก็คือเครือข่ายที่อยู่ในพื้นที่ (ตร./เขต/อาสากู้ภัยมูลนิธิ/กต.ตร.ที่มีจิตอาสา) โดยมีสมุดคุมให้บันทึกการปฏิบัติทุกสะพาน แล้วรายงานผลให้ทราบทุกวัน

ทั้งนี้ จากการทดสอบระบบ ได้ละอองน้ำที่มีฝอยเล็กมาก เมื่อพ่นออกไปแล้วไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน การติดตั้งบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ได้ผลดี สามารถลดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ได้ถึง 20 %  เนื่องจากบริเวณนั้นเป็นที่สูง มีลมพัดแรง จึงสามารถพัดเอาละอองน้ำไปดักจับฝุ่นในบริเวณโดยรอบได้อย่างทั่วถึง พัดออกไปได้ไกล อีกทั้งน้ำที่ใช้ ก็มาจากแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านขั้นตอนการกรองให้มีความสะอาด ก็จะปลอดภัยและประหยัดงบประมาณเป็นจำนวนมากโดยการสำรวจสะพานทั้ง 11 แห่งนั้น จะมีการติดตั้งทั้งด้านซ้ายและขวา เพื่อให้ครอบคลุม ใช้เครื่องสูบน้ำด้านละ 2 เครื่อง หัวฉีดน้ำด้านละ 15 หัว สายยางด้านละ 150 เมตร ถังพักน้ำขนาด 2,000 ลิตร จำนวน 1 ถัง ดังนั้นจะต้องใช้เครื่องสูบน้ำทั้งสิ้น 44  เครื่อง , หัวฉีดน้ำทั้งสิ้น  300  หัว , สายยาง ทั้งสิ้น 3,000 เมตร , ถังพักน้ำ ทั้งสิ้น  22  ถัง ซึ่งก่อนการประชุมได้รับการประสานจากการประปาว่า สามารถต่อน้ำจากหัวจ่ายได้โดยตรงโดยไม่ต้องดูดน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา  เป็นการลดค่าใช้จ่ายและได้น้ำที่สะอาดมาใช้ในการแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ได้ดีชึ้นด้วย

#ธวัชชัย เฟื่องอนันต์ ภาพและข่าว

เสริม ศักดิ์สม รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here