ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์##พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ ประชุมติดตามผลปฏิบัติการยุทธการพิทักษ์ไทย ยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด “ครั้งที่ 1/2563”

0
162

พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ ประชุมติดตามผลปฏิบัติการยุทธการพิทักษ์ไทย ยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด “ครั้งที่ 1/2563”

วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2563 เวลา 09.30 น. :
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานติดตามผลการดำเนินงานด้านการปราบปราม ยึดทรัพย์ ตัดวงจรยาเสพติด โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงผลปฏิบัติการยึดทรัพย์สินเครือข่ายการค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 39 เครือข่าย จำนวนทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 106.8 ล้านบาท พร้อมด้วย นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี, นายอุทัย สินมา รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดียาเสพติด รักษาการในตำแหน่ง อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแรงงานภาค 3, พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), กรมสอบสวนคดีพิเศษ, กรมสรรพากร และนายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. ร่วมแถลงผล ณ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) การปฏิบัติการยึดทรัพย์สินเครือข่ายการค้ายาเสพติดในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่ได้ให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติด และได้กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ซึ่งในด้านการปราบปรามได้เน้นย้ำให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย มุ่งดำเนินการต่อเครือข่ายการค้ายาเสพติดรายสำคัญ โดยใช้แนวทางการสืบสวนขยายผลไปดำเนินการกับผู้สั่งการในระดับที่สูงขึ้นไป และใช้มาตรการยึดทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติดให้ต่อเนื่องจริงจัง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน จึงได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด ตามคำสั่งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ ที่ 5/2563 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 โดยเป็นการบูรณาการร่วมของ 8 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กองทัพบก หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กรมสรรพากร โดยมี เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธาน/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฯ มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย และอำนวยการปราบปรามและยึดทรัพย์สินเครือข่ายการค้ายาเสพติด โดยใช้กฎหมายว่าด้วยยาเสพติด หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายฟอกเงิน หรือประมวลรัษฎากร มาใช้เพื่อทำลายโครงสร้างการค้ายาเสพติดผลการปฏิบัติในวันที่ 8 พ.ค.2563 เวลา 06.00 น. สืบเนื่องมาจากการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามคำสั่งจัดตั้งศูนย์ฯ ดังกล่าวข้างต้น ซึ่งได้ขยายผลจากคดีจับกุมยาเสพติดในพื้นที่ต่าง ๆ นำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในข้อหาสมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือ ตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 และศาลได้อนุมัติหมายจับรวม 49 คน กระจายอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วภูมิภาคของประเทศ และได้สนธิกำลังเข้าทำการจับกุม และยึดทรัพย์สินพร้อมกันทั่วประเทศมากกว่า 60 จุด ภายใต้ยุทธการ “พิทักษ์ไทย ยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด ครั้งที่ 1/63” ในเบื้องต้นประมาณการทรัพย์สินที่ตรวจยึดมีมูลค่ากว่า 106.8 ล้านบาท นับตั้งแต่มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติดเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2563 สำนักงาน ป.ป.ส. ได้มีคำสั่งยึด/อายัดทรัพย์สินของเครือข่ายการค้ายาเสพติดรวมทั้งสิ้น 2,932 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 372.2 ล้านบาท เป็นเงินสดประมาณ 29.4 ล้านบาท และทรัพย์สินอื่น ๆ ประมาณ 342.9 ล้านบาท การบูรณาการยึดอายัดทรัพย์สินเครือข่ายนักค้ายาเสพติด ภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด ถือเป็นการปิดช่องว่าง ตัดวงจรการค้าของเครือข่ายนักค้ายาเสพติดได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ โดยหากพบเห็นการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งเบาะแสยาเสพติดได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. โทร.1386 ตลอด 24 ชั่วโมง @Maprang แจ้งเบาะแสยาเสพติด สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386

Cr.สมาคมหนังสือพิมพ์​ส่วนภูมิภาค​ (สภท.55ปี)

ธวัชชัย เฟื่องอนันต์​ ภาพ/ข่าว

เสริม ศักดิ์สม รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here