ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์##ทวงถามธนาคารฯไม่คืบ!หนุ่มนักธุรกิจ โดนปลอมลายเซ็นต์ปีนเสารอบ2″ขู่ไม่มีคำตอบไม่ลง

0
962

ทวงถามธนาคารฯไม่คืบ!หนุ่มนักธุรกิจ โดนปลอมลายเซ็นต์ปีนเสารอบ2″ขู่ไม่มีคำตอบไม่ลง

เมื่อเวลา08.00น.วันที่ 13 มีนาคม 2562 นายเอกวิชช์ เกษเจริษอายุ39ปีอดีตนักธุรกิจชาวนครสวรรค์ได้กลับมาปีนเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์บริเวณทางด่วนหลังกระทรวงสาธาณะสุข จ.นนทบุรีอีกครั้งหนึ่งหลังจากเมื่อปลายเดือนเดือนที่แล้วหนุ่มนักธุรกิจหนุ่มรายนี้เคยมาปีนเสาที่นี้มาแล้วโดยการมาปีนเสาในครั้งนี้เพื่อต้องการเรียกร้องขอความเป็นธรรมจาก ธนาคารกรุงไทย หลังถูก ปลอมลายเซ็นต์และนำไปถอนเงินออกจากบัญชีของธนาคารกรุงไทย เป็นเงินกว่า 8.3 ล้านบาท ซึ่งได้ไปเรียกร้องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และได้มีการเรียกร้องความเป็นธรรมมาแล้วกว่า 10 ปี แต่ไม่มีความคืบหน้านายเอกวิชช์ กล่าวว่า ตนเองเป็นเป็นเจ้าของกิจการร่วมค้าห้างหุ้นส่วนจำกัดคงเพชรศักดิ์ คอนสตรัคชั่น กับ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ต.ทวีกิจ เสถียรก่อสร้าง ได้ตัดสินใจเปิดบัญชีไว้กับธนาคารกรุงไทย สาขา สวรรค์วิถี จ.นครสวรรค์ ใช้ชื่อบัญชี กิจการร่วมค้าห้างหุ้นส่วนจำกัดคงเพชรศักดิ์คอนสตรักชั่นกับห้างหุ้นส่วน จำกัด ต.ทวีกิจเสถียร ก่อสร้าง
นายเอกวิชช์ กล่าวอีกว่า โดยเหตุเกิดเมื่อปลายปี พ.ศ.2551 เพื่อนสนิทปลอมลายมือชื่อ ใบมอบฉันทะ ไปถอนเงินจากธนาคาร สาขาปากน้ำโพ ในอำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 2 ครั้ง รวมเป็นเงิน 8,377,371 บาท เพื่อใช้หนี้ธนาคารดังกล่าว โดยอ้างว่า ได้รับการมอบฉันทะ จากตนแล้ว ซึ่ง ตนยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ตนถูกปลอมลายเซ็นต์และไม่มีเอกสารใดๆ เกี่ยวกับตนเลยแต่ทางพนักงานธนาคารกรุงไทย สาขา สวรรค์วิถี จ.นครสวรรค์ กลับดำเนินธุรกรรมทางการเงินในบัญชีของตน แบบไม่ติดใจสงสัยแต่อย่างใด
นายเอกวิชช์ กล่าวต่อว่า ตนมีหลักฐานยืนยันการกระทำความผิด โดยมีการแจ้งความดำเนินคดี และผลการตรวจพิสูจน์ลายมือจากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าไม่ใช่ลายเซ็นต์ของตน นอกจากนี้ยังพบว่า ทางธนาคารไม่ได้มีการคืนเงินให้กับผู้ฝาก และพบว่า พนักงานของธนาคารจงใจฝ่าฝืนระเบียบเงื่อนไข ให้เบิกเงินต่างสาขาโดยการมอบฉันทะ มีการถอนเงินเป็นจำนวนมากแต่ไม่มีการโทรแจ้งกับเจ้าของบัญชี , ในขณะทำการถอนเงินไม่มีบัตรประชาชนของเจ้าของบัญชี , มีการปลอมสำเนาบัตรประชาชนโดยไม่ได้มีการเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง , กฎหมายกำหนดว่าการโอนสิทธิ์จะต้องมีการทำหนังสือแต่กรณีดังกล่าวไม่มีหนังสือ และ มีการโอนเงินเข้าบัญชีผู้อื่นโดยไม่ได้คืนให้กับเจ้าของบัญชี

โดยกรณีที่เจ้าของบัญชีไม่ได้ไปดำเนินการถอนเงินด้วยตัวเองพนักงานธนาคารควรต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษแต่เมื่อมีการพิจารณาจากพยานหลักฐานและพฤติการณ์ของพนักงานธนาคารจึงเชื่อว่ากรณีนี้เป็นการร่วมกันเป็นขบวนการฉ้อโกง ที่ผ่านมาตนได้พยายามร้องเรียนปัญหาที่เกิดขึ้นต่อธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่มาแล้ว หลายครั้ง แต่ปรากฎว่าเรื่องถูกส่งกลับมาให้ตนดำเนินการแก้ไขปัญหาเอง จนล่าสุดตนจึงได้เดินทางมาร้องเรียนกับทางสมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นและทางสมาคมได้พาตนไปร้องเรียนที่ธนาคารกรุงไทยสำนักงานใหญ่ จึงได้รับคำตอบจากธนาคาร ว่า 1.ต้องการทราบว่าระยะเวลาที่ผ่านมาเกือบ 11 ปี ธนาคารกรุงไทยดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างไร 2.พยานหลักฐานชัดเจน ลายเซ็นต์ปลอม พนักงานจงใจทำผิดระเบียบ สุดท้ายโอนเงินเข้าบัญชีผู้อื่นไม่ได้คืนให้ผู้ฝาก เหตุใดจึงละเว้นไม่ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด เพื่อติดตามเงินคืน 3.ตามที่ออกแถลงการณ์วันที่ 16/1 เป็นเท็จ ขอให้อธิบาย และขอทราบผลการดำเนินการตรวจสอบวินัยพนักงาน นอกจากนี้ ตนยังเดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียน กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่ไม่คืบหน้า
สำหรับคดีนี้ ตนฟ้องร้องธนาคารต่อศาล ซึ่งศาลขั้นต้นมีคำตัดสินเมื่อปี2560 ยกฟ้อง และ ศาลอุทธรณ์ มีคำตัดสิน ปี 2561 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และนายเอกวิชญ์ ยื่นฎีกาสู้คดีต่อ ขณะนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผมรู้สึกมืดแปดด้าน ไม่รู้จะหาทางออกยังไง เพราะไปขอความเป็นธรรมต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้าใดใด ตอนนี้บ้านของผมก็กำลังจะถูกยึด จึงได้ตัดสินใจ ปีนเสา ตั้งแต่08.00 น. เพื่อให้คนเห็นว่า ผมเดือดร้อน และต้องการเงินคืน ต้องขอโทษที่ทำให้ทุกคนลำบาก แต่ผมไม่รู้จะทำยังไง ผมไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าตัวตายเพราะผมเตรียมเข็มขัดนิรภัยเซฟตี้มาอย่างดี หากไม่มีความคืบหน้าอีก และไม่ได้รับคำตอบจากธนาคารกรุงไทย สำนักงานใหญ่ เพื่อให้เห็นว่า ผมเป็นลูกค้าคนหนึ่งที่เดือดร้อน จากการกระทำของพนักงานธนาคาร แต่กลับไม่รับผิดชอบใดใดซึ่งตอนนี้อยากให้ธ.กรุงไทยสำนักงานใหญ่และธนาคารแห่งประเทศไทยรีบออกมารับผิดชอบในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนเพราะนี้มันเป็นความผิดของพนักงานธนาคารไม่ใช้ความผิดของผมทำไม่มาโยนขี้ให้ลูกค้าและเลิกอ้างสักที่ที่ให้ฟังคำสั่งศาลมันคนละประเด็นกันในการที่ผมออกมาเรียกร้องในครั้งนี้รายงานข่าวล่าสุดในขณะนายเอกวิชช์ก็ยังไม่ยอมลงจากเสาโดยได้โทรศัพท์ผ่านผู้สื่อข่าวที่รอทำข่าวอยู่ด้านล่างว่าถ้าไม่มีคำตอบจากผู้บริหารธนาคารทั้ง2แห่งตนก็จะไม่ยอมลงจากเสาเด็ดขาดเป็นอย่างไรเป็นกันเพราะผมเดือดร้อนจริงๆ
ผู้สื่อข่าวได้รายงานเพิ่มเติมว่าจนถึงขณะนี้ที่นายเอกวิชช์ขึ้นไปอยู่บนเสารวมเวลาแล้วกว่า26ชั่วโมงโดยนายเอกวิชช์ได้เริ่มขึ้นไปอยู่บนเสาตั้งแต่วันที่13 มีนาคมเวลา08.00นรวมเวลาประมาณ26ชั่วโมงแล้วโดยไม่มีทีท่าว่าจะลงมาจากเสาด้วย!

ขอบคุณข้อมูลข่าว สมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนประเทศไทย

เสริม ศักดิ์สม รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here