ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์##สมาคมสื่อฯเรียกประชุมผู้บริหาร-ฝ่ายกฎหมายเพื่อวางแนวทางต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมหลังได้รับจม.ชี้แจงจากนายอำเภอ.ไทรโยค!!

0
432

สมาคมสื่อฯเรียกประชุมผู้บริหาร-ฝ่ายกฎหมายเพื่อวางแนวทางต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมหลังได้รับจม.ชี้แจงจากนายอำเภอ.ไทรโยค!!

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2562 เวลา11.00 น.นายคฑาภณ สนธิจิตร นายกสมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชน(ประเทศไทย) รองประธานเครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ(ส.ท.ช.) ได้เรียกประชุมผู้บริหาร-ฝ่ายกฎหมายของสมาคมฯ เพื่อวางแนวทางการต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับชาวบ้านชาติพันธุ์ หมู่ 2 ต.บ้องตี้ อ.เภอไทรโยค จ.กาญจนบุรี ตามที่ได้มีตัวแทนชาวบ้านเข้าร้องเรียนผ่านมาทางสมาคมฯโดยระบุว่าได้มีเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับผลประโยชน์(เงิน)ในการต่อบัตรบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน(ชาติพันธ์)ในราคาคนละ2000-9000 บาทแล้วแต่กรณีซึ่งทางผู้บริหารสมาคมฯได้ทำหนังสือฯร้องเรียนไปถึง นายเดโช ประกาศแก่นทราย นายอำเภอ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ตั้งแต่วันที่ 4/3/62ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว
ล่าสุดวันนี้ที่ทำการสมาคมฯหลังจากผู้บริหารสมาคมฯได้ประชุมสิ้นสุดลงโดยนายคฑาภณ สนธิจิตร นายกสมาคมฯได้เปิดเผยว่าในวันนี้ได้เรียกประชุมผู้บริหาร-ฝ่ายกฎหมายสมาคมฯเนื่องจากเมื่อวานนี้15/3/62ทางสมาคมฯได้รับจดหมายชี้แจงจากนายอำเภอ.ไทรโยค โดยเนื้อหาในจดหมายได้ชี้แจ้งถึงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ยังไม่สามารถจะสรุปผลการตรวจสอบได้เพราะต้องสอบสวนพยานบุคคลเพิ่มเติมจึงทำให้เกิดความสงสัยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมาได้มีการร้องเรียนมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 61โดยมีตัวแทนชาวบ้านได้ร้องเรียนผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน อ.ไทรโยค จำนวน2คนซึ่งยื่นหนังสือร้องเรียนพร้อมเอกสารไปคนละชุดคนละวันไม่ตรงกันแต่ทำไม่ทางอำเภอถึงจะเอาผลการสอบสวนทั้ง2ชุดมารวมกันซึ่งการสอบสวนในแต่ละวันก็จะเรียกพยานมาที่ละ3คนมาสอบสวนดูแล้วเหมือนกับไม่อยากให้ผลการสอบสวนในเรื่องนี้แล้วเสร็จไม่รู้ว่าติดขัดเรื่องอะไรและที่ทราบมาว่าผลการสอบสวนในชุดแรกที่ผู้เสียหายไปยื่นไว้ทาง อำเภอ.และศูนย์ดำรงค์ธรรมอำเภอไทรโยคได้สอบสวนเสร็จสิ้นเรียบร้อยโดยสอบพยาน(ผู้เสียหาย)ไปทั้งหมด23ราย ก็น่าจะเพียงพอกับการสอบสวนหาคนผิดมาลงโทษได้แต่ทำไม่ยังอ้างว่าสอบสวนไม่เสร็จทั้งๆที่คนมายื่นร้องเรียนชุดที่2ได้ประสานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องในการสอบสวนในเรื่องนี้แล้ว โดยแจ้งว่าจะไม่ไปให้สอบสวนที่ อ.ไทรโยคเพราะเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในการสอบสวนซึ่งทางอำเภอ.ก็ทราบในเรื่องนี้แต่ทำไม่ถึงได้ยกเรื่องนี้เป็นข้ออ้างโดนนายคฑาภณได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่าหลังจากได้มีสื่อมวลชนเสนอข่าวนี้ออกไปทางสมาคมฯได้รับข้อมูลร้องเรียนเพิ่มเติมจากชาวบ้านที่ อ.ไทรโยคโดยได้ให้ข้อมูลทั้งหมดในอำเภอ.ไทรโยค จะมีการเรียกรับผลประโยชน์ในเรื่องนี้แทบทั้งสิ้นโดยในอำเภอ.ไทรโยคมี7ตำบล57หมู่บ้านและมีชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ประมาณ20000กว่าคนที่ต้องถูกเรียกรับผลประโยชน์เรื่องนี้ๆแสดงว่ามันระบาดไปทุกหมู่บ้านในอำเภอไทรโยคแล้วในขณะนี้บ่งบอกถึงการไม่แก้ปัญหาอย่างจริงจังในภาครัฐที่ปล่อยให้ผู้ที่เรียกรับผลประโยชน์ในเรื่องนี้ลอยนวล โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมืองแต่อย่างใดซึ่งทางสมาคมฯจะยืนหยัดต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมและจะเดินหน้าต่อสู้เรียกร้องเพื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐหาคนผิดมาลงโทษให้ได้
โดยอาทิตย์หน้าผู้บริหารสมาคมฯจะลงพื้นที่หาข้อมูลเพิ่มเติมจากชาวบ้านชาติพันธุ์เพื่อเตรียมไว้ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและจะดำเนินการยื่นเรืองให้ป.ป.ช.ตรวจสอบในเรื่องนี้ต่อไป
ทางสมามาคมฯสัญญาว่าจะไม่ยอมให้เรื่องนี้เงียบแน่นอนเรื่องนี้คนผิดต้องโดนลงโทษ

ขอบคุณภาพและข่าว สมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนประเทศไทย

เสริม ศักดิ์สม รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here