ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์#หนุ่มนครสวรรค์บุก ธ.กรุงไทยทวงเงินคืน กรณีถูกปลอมลายเซนต์ นำไปถอนเงินสูญเงิน 8ล้าน!

0
348

หนุ่มนครสวรรค์บุก ธ.กรุงไทยทวงเงินคืน กรณีถูกปลอมลายเซนต์ นำไปถอนเงินสูญเงิน 8ล้าน!

วันนี้เมื่อเวลา09.30น. นายเอกวิชช์ กิจเจริญ อายุ39ปีอยู่บ้านเลขที่1319/44หมู่10ต.นครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ได้เดินทางมาที่ธ.กรุงไทยสำนักงานใหญ่(แยกนานา)เพื่อทวงถามเรื่องเงินที่ตนเองถูกปลอมลายเซ็นต์นำไปถอนเงินจากบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาสวรรค์วิถี จ.นครสวรรค์ทำให้สูญ เงินไป8ล้านบาทซึ่งตน เองได้ทวงถามเรื่องเงิน จากฝ่ายบริหารของธ.มานานแต่ก็ได้คำตอบว่าให้รออย่างเดียวซึ่งตนเองรอไม่ไหวแล้วเพราะตอนนี้ชีวิตแทบไม่เหลืออะไรแล้วเป็นหนี้เป็นสินเพราะใช้เป็นค่าใช้จ่ายเกียวกับเรืองนี้มาถึง10ปีซึ่งตนเองไม่เข้าใจทำไม่ธ.กรุงไทยถึงดองเรืองของตนไว้แบบนี้ทั้งๆที่หลักฐานของตนมีทุกอย่างหรือทางธนาคารกลัวผู้มีอิทธิคนหนึ่งในจ.นครสวรรค์ที่อยู่เบื้องหลังในครั้งนี้แต่ตนเองยืนยันจะ เดินหน้าต่อสู้เพื่อเรียกร้องเงินของตนเองกลับคืนมาให้ได้ไม่ว่าจะเกิดอะไร ขึ้นกับตนก็ตามซึ่งต่อมา ทางผู้บริหารธ.กรุงไทย ได้กล่าวว่าเรื่องนี้ตนจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด และจะนัดผู้เสียหายมาฟังคำตอบในวันจันทร์ที่21ม.ค.ที่จะถึงนี้อีกที่
สืบเนื่องจากได้มี นายเอกวิชช์ เกษเจริญ อายุ39 ปี อยู่บ้านเลขที่1319/44 หมู่10 ต.นครสวรรค์ตก อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์เข้าร้อง เรียนกับนายคฑาภณ สนธิจิตรนายกสมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชน(ประเทศไทย) รองประธานเครื่อข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ(ส.ท.ช.)ขอให้ตรวจ สอบพฤติกรรมของพนัก งานธนาคารกรุงไทย สาขาสวรรค์วิธี และ สาขาปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ ที่จงใจทำผิดระเบียบ วิธีปฎิบัติของธนาคาร เรื่องการเบิก-ถอนเงิน และไม่ได้รับความเป็น ธรรมกรณีถูกปลอมลาย เซ็นนำไปถอนเงินจาก บัญชีธนาคารกรุงไทยฯ จนต้องสูญเงินไปกว่า 8 ล้านบาท


เหตุเกิดเมื่อประมาณปลายปี2551ทั้งๆ ที่ผู้เสียหายถูกปลอมลายเซ็นและไม่มีเอกสารใดๆ เกี่ยวกับผู้เสียหาย เลยแต่ทางพนักงานธนาคารกรุงไทย สาขา สวรรค์วิถี จ.นครสวรรค์ กลับดำเนินธุรกรรมทาง การเงินในบัญชีของตน แบบไม่ติดใจสงสัยแต่ อย่างใดผู้เสียหายได้เปิดเผยว่าตนเองเป็นตัวแทน เป็นเจ้าของกิจการร่วมค้า ห้างหุ้นส่วนจำกัดคงเพชรศักดิ์ คอนสตรัคชั่นกับ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ต.ทวีกิจ เสถียรก่อสร้าง เนื่องจากได้รับความ เดือดร้อนจากการจงใจ ไม่ปฎิบัติตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ในการเบิกถอนเงินออก จากบัญชีนิติบุคคลของผู้ เสียหายซึ่งได้เปิดบัญชี เงินฝากประเภทออมทรัพย์ไว้กับธนาคารกรุงไทย สาขา สวรรค์วิธีชื่อบัญชี กิจการร่วมค้าห้างหุ้นส่วนจำกัดคงเพชรศักดิ์คอนสตรักชั่นกับห้างหุ้นส่วน จำกัด ต.ทวีกิจเสถียร ก่อสร้าง บัญชีเลขที่ 633-0-11201-0 โดยมีเอกสารสัญญาข้อ ตกลงกิจการร่วมค้ามอบไว้เป็นหลักฐานกับธนาคารกรุงไทยฯ สาขาดังกล่าว
โดยเหตุการณ์เริ่มจากผู้ เสียหายในฐานะตัวแทน กิจการร่วมค้าฯถูกปลอมลายมือชื่อในใบถอนเงิน ธนาคารกรุงไทยฯเพื่อ เบิกเงินไปจากบัญชีถึง 2 ครั้งเป็นเงิน8ล้านบาท เศษโดยมีการแจ้งความ ดำเนินคดีและผลการ ตรวจพิสูจน์ลายมือจาก กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็น ว่าไม่ใช่ลายเซ็นของบุค คลเดียวกันแต่ที่สำคัญ พฤติกรรมของพนักงาน ธนาคารที่บ่งชี้ว่าอาจมีส่วนรู้เห็นร่วมกันเป็นขบวน การในทุจริตจงใจกระทำผิดระเบียบวิธีปฎิบัติการ ถอนเงินและการเบิกถอนเงินต่างสาขากำหนดให้ เจ้าของบัญชีจะต้องไป ดำเนินการเองเท่านั้น และทางพนักงานธนาคารจงใจไม่ตรวจสอบสัญญาข้อตกลงร่วมค้าที่มอบ อำนาจให้ตัวแทนเป็นผู้ เบิกถอนเงินแต่เพียงผู้ เดียวโดยไม่ระบุให้อำ นาจใช้ ตัวแทนช่วงโดยเฉพาะ กรณีนี้เป็นบัญชีลูกค้านิติบุคคลหลักฐานหรือเงื่อนไขข้อตกลงการเบิกจ่าย จะมีอยู่ที่สาขาเจ้าของ บัญชีเท่านั้น แต่พนักงานธนาคารกลับจงใจฝ่าฝืน ระเบียบยินยอมให้รับมอบฉันทะไปเบิกถอนต่างสาขาได้เท่ากับว่ายินยอมให้เบิกถอนเงินจำนวนมาก โดยไม่มีการตรวจสอบ ที่ผ่านมาผู้เสียหายได้ พยามร้องเรียนปัญหาที่ เกิดขึ้นต่อธนาคารกรุง ไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่มาแล้ว หลายครั้ง แต่ปรากฎว่าเรื่องถูกส่ง กลับมาให้ผู้เสียหายดำ เนินการแก้ไขปัญหาเอง จนล่าสุดตนจึงได้เดินทางมาร้องเรียนกับทางสมาคมฯถึงเรื่องที่เกิดขึ้นและทางสมาคมฯได้พาไปร้องเรียนที่ธนาคารกรุงไทยสำนักงานใหญ่จึงได้รับ คำตอบจากธนาคารฯให้รอผลการตรวจสอบ210วันซึ่งผู้เสียหายถือว่านานไปเพราะหลักฐานต่างๆก็อยู่ที่ทางธนากรุงไทยมาแล้ว10ปีแสดงว่าทางธนาคารไม่สนใจตรวจสอบใน เรื่องนี้แต่อย่างใด ในคดีที่ผู้เสียหายฟ้อง ธนาคารกรุงไทย ทำผิดสัญญาฝากทรัพย์ ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับ เรื่องร้องเรียนนี้ที่ขอให้ ตรวจสอบพนักงานทุจริต มีประเด็นสำคัญคือ ผู้เสียหายได้ใช้สิทธิขอ ตรวจสอบข้อเท็จจริงตั๋ว สัญญาใช้เงินเลขที่ คศ.001/2551 โดยกิจการร่วมค้าฯได้สั่งซื้อน้ำยางมะตอยจาก บริษัท เชลล์ประเทศไทย จำกัด เป็นเงินจำนวน 3,323,634 บาท
ซึ่งทางธนาคารกรุงไทย สาขาปากน้ำโพ อ้างว่าได้ชำระหนี้ตามตั๋วไปโดยหักเงินในบัญชีฝากที่ใช้ค้ำประกัน โดยทางธนาคารไม่ทราบว่าเงินจำนวนดังกล่าว โอนเข้าบัญชีของใครและไม่มีหลักฐานมาแสดง เนื่องจากตั๋วถูกเรียกเก็บผ่านธนาคารกรุงศรีอยุธ ยาสาขานครสวรรค์ แต่จากการตรวจสอบ หลักฐานใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษีไป ผู้ทรงตั๋วบริษัท เชลล์ประเทศไทย จำกัด กลับยืนยันว่าไม่เคยมีการซื้อขายน้ำยางมะตอยกับกิจการร่วมค้าฯ ซึ่ง ตามจรรยาบรรณการดำ เนินธุรกิจของธนาคารกรุงไทยฯได้กำหนดวิธีการ จัดการต่อข้อร้องเรียน ควรต้องเร่งดำเนินการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อหาสาเหตุของปัญหา หรือเลือกวิธีการที่เหมาะสมเพื่อแก้ปัญหาอย่าง เป็นธรรมกรณีการร้องเรียนพนักงานธนาคารกรุง ไทยฯทุจริตทางธนาคารกรุงไทยฯควรเร่งดำเนิน การตรวจสอบเพื่อแก้ปัญหา แต่ธนาคารกรุงไทยฯ กลับปกป้องพวกพ้องที่ กระทำความผิดบ่ายเบี่ยงไม่ดำเนินการจนการดำ เนินธุรกิจขาดธรรมา ภิบาลส่งผลให้ความเสีย หายร้ายแรงมากยิ่งขึ้น
อาจจะมีผู้ที่มีอิทธิพลท้องถิ่น ในจ.นครสวรรค์ เข้ามาสั่งการให้ เจ้าหน้าที่ธนาคารกรุง ไทยสาขาดังกล่าวปฎิบัติตามคำสั่งจนเกิดความ เสียหายในครั้งนี้

ขอบคุณภาพและข่าวจาก สมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชน(ประเทศไทย)

เสริม ศักดิ์สม รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here