ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์##ชาวบ้านในวง จ.ระนอง ขึ้นป้ายคัดค้านไม่เอาโรงโม่หิน!

0
47

ชาวบ้านในวง จ.ระนอง
ขึ้นป้ายคัดค้านไม่เอาโรงโม่หิน!
สกู๊ปพิเศษ เมื่อกล่าวถึงการเคลื่อนไหวเพื่อคัดค้านอุตสาหกรรมอันมีผลกระทบต่อธรรมชาติ ก็เป็นเรื่องบ่อยครั้งนักที่เรามักจะเห็นนักธรรมชาติวิทยากับปราชญ์ชาวบ้านและผู้นำชุมชนต้องออกมาทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้กับชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงโรงงานอุตสาหกรรมในรูปแบบต่างๆ อยู่เป็นประจำ ซึ่งการออกมาเคลื่อนไหวหรือการออกมารวมตัวกันในแต่ละครั้งนั้นก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่มาจากความต้องการของใครเพียงคนใดคนหนึ่ง หากทว่าทุกเรื่องราวต่างเป็นสิ่งที่มาจากหัวใจชาวบ้านผู้ไม่ยอมก้มหัวให้นายทุนที่จะมากอบโกยผลประโยชน์จากผืนป่าและธรรมชาติอันจะเป็นมรดกตกทอดให้ลูกหลานได้กินได้ใช้สืบต่อไปมากเสียกว่ารับเงินเพียงชั่วคราวแล้วปล่อยให้มรดกของคนในชาติสูญสลายไปตลอดกาล
ที่บ้านในวง อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง ถือได้ว่าเป็นพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะเป็นพื้นที่การเกษตรแปลงใหญ่ของจังหวัดระนองแล้วก็ยังมีบ่อน้ำร้อน มีถ้ำถนัดได ถ้ำน้ำลอด น้ำตกตวนตู น้ำตกชลประทาน จุดชมวิวเขาฝาชี รวมถึงยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อีกมากมาย เช่น แหล่งประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 แหล่งโบราณคดีที่ขุดพบลูกปัดและเครื่องใช้โบราณ แหล่งธรณีวิทยาพบซากฟอสซิลนับร้อยล้านปีบนผนังถ้ำ ซึ่งในบางจุดพบว่ายังมีความสมบูรณ์ทางด้านกายภาพเป็นอย่างมาก โดยในหลายๆ แหล่งก็ได้รับการรับรองขึ้นทะเบียนจากกรมศิลปากรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ในด้านของการเพาะปลูกของประชาชนในพื้นที่นั้นก็ต้องยอมรับเลยว่าบ้านในวงถือเป็นแหล่งผลิตพืชผลทางการเกษตรที่สำคัญของประเทศเลยทีเดียวเนื่องจากมีทั้งทุเรียนเนื้อแน่นกับมังคุดผิวสวยรสชาติหวานกรอบอันเลื่องชื่ออีกทั้งยังมีผลไม้อื่นๆ ให้ได้ชิมกันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีอีกด้วย
และด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติอันล้ำค่าทั้ง ภูเขา แม่น้ำ คูคลองและป่าไม้ฉ่ำฝนนี้ จึงทำให้บ้านในวงในปัจจุบันได้กลายเป็นที่หมายปองของนายทุนนักอุตสาหกรรมเป็นอย่างยิ่งนัก โดยพบว่าขณะนี้มีกลุ่มนายทุนที่ต้องการเข้ามาทำสัมปทานโรงโม่หินในพื้นที่ จึงทำให้เกิดการเคลื่อนไหวขึ้นเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการทำอุตสาหกรรมดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องย่างไรก็ตาม สำหรับความวิตกกังวลของชาวบ้านนั้น ต่างยืนว่า ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดปัญหาต่อวิถีชีวิตในแต่ละวันเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึง การดำเนินชีวิตและสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยฝุ่นละออง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสภาพจิตใจที่ต้องอยู่กันอย่างหวาดระแวงต่อโรคร้ายจากฝุ่นละอองที่พร้อมจะคร่าชีวิตของชาวบ้านในวงได้ทุกเมื่อ และในสิ่งที่จะลืมไปไม่ได้เลยก็คือแหล่งประวัติศาสตร์และแหล่งโบราณคดีที่สำคัญในพื้นที่บ้านในวงนั้นบางจุดมีอายุเป็นร้อยล้านปี ซึ่งหากจะเทียบมูลค่ากับโรงโม่หินพันล้านโรงแล้ว ถามว่ามันจะคุ้มกันหรือไม่กับสิ่งที่เราจะต้องสูญเสียไป เงินจำนวนมหาศาลของผู้แสวงผลกำไรกับทรัพยากรอันเป็นมรดกของชาติที่ตกทอดกันมานับหลายชั่วอายุคน กองโบราณคดี กรมศิลปากร กระทรงวัฒนธรรมที่จะต้องเข้ามาดูแลขอ”ฝากถึง”ท่าน อนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร,ท่าน ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯในรัฐบาลชุดใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของภาครัฐ ซึ่งทั้งหมดคงเป็นคำถามที่ค้างคาใจคนไทยทั้งประเทศว่าหน่วยงานใดของภาครัฐอันเป็นที่พึ่งพิงแท้จริงของประชาชน จะเป็นผู้ออกมาให้คำตอบสุดท้ายที่ดีที่สุด กับถ้อยคำอ้อนวอนของชาวบ้านตาดำๆ เหล่านี้ได้ในเร็ววัน…โดยทีมงานข่าวจะเกาะติดตามรายงานข่าวให้ทราบเป็นระยะๆต่อไป…ทีมข่าว สมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนประเทศไทย/เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริต-ประพฤติมิชอบแห่งชาติ(สชท.)

ขอบคุณภาพข่าว สมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนประเทศไทย

เสริม ศักดิ์สม รายงาน

ขอบคุณภาพข่าว สมาค้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here