ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์##กองบัญชาการ ตำรวจนครบาล แถลงข่าว คดีร่วมกันลักทรัพย์ รถ จยย.ในเวลากลางคืน สน.ประเวศ บก.น.4

0
55

กองบัญชาการ ตำรวจนครบาล แถลงข่าว คดีร่วมกันลักทรัพย์ รถ จยย.ในเวลากลางคืน สน.ประเวศ บก.น.4
   
วันพฤหัสบดีที่ 30 พ.ค.62 เวลา 13.00 น. พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น., พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีระพงษ์​ วงษ์รัฐพิทักษ์​ผบก.น. 4 , พ.ต.อ.สุพล​ ค้ำชู​ รอง​ ผบก.น.4 , พ.ต.อ.อภิวัฒน์ไชยศรีสุทธิ์ ผกก.สน.ประเวศ และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน. ประเวศ ร่วมกันการจับกุม
ผู้ต้องหาที่ 1 นายพีรพงษ์หรือพี​ สุคันธรัตนชาติ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 77 หมู่ 2 ตำบลดู่ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ
ผู้ต้องหาที่ 2 นายขวัญหรือกาย​ นันจำรูญอายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/1 ม 3 ถนนอ่อนนุช แขวงอ่อนนุช เขตสวนหลวงกรุงเทพฯ
ผู้ต้องหาที่ 3 นายสุนันท์​ หรือนัน บุญมาอายุ 20 ปีบ้านเลขที่ 297/5 ถนนริมทางรถไฟสายเก่า เขตพระโขนง คลองเตยกรุงเทพฯ

ซึ่งต้องหาว่า กระทำผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์รถ จยย.ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุมหรือร่วมกันรับของโจร

พร้อมด้วยของกลาง

  1. รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Honda รุ่นโซนิคสีเขียวดำทะเบียน ปตล 49 กรุงเทพฯจำนวน 1 คัน
  2. จักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟสีแดงทะเบียน ขจษ 42 กำแพงเพชร จำนวน 1 คัน
  3. รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Honda รุ่นโซนิคสีแดงดำ ทะเบียนย ฉน 848 กรุงเทพฯจำนวน 1 คัน
  4. รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Honda รุ่น Sonic สีน้ำเงิน-เหลืองทะเบียนปคล62 กรุงเทพ จำนวน 1 คัน
    5.โครงตัวถังรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าจำนวน 9 คัน
  5. เครื่องรถจักรยานยนต์หมายเลขเครื่อง JA140E-0044779 จำนวน 1 เครื่อง,
    7.เบาะรถจักรยานยนต์จำนวน 7 อัน
    8.ท่อไอเสียรถจักรยานยนต์จำนวน 2 อัน
    9.ไฟหน้ารถจักรยานยนต์จำนวน 2 ชิ้น
    10.ชุดเก็บของใต้เบาะรถจักรยานยนต์จำนวน 5 ชิ้น
  6. เฟรมข้างรถจักรยานยนต์จำนวน 12 ชิ้น
  7. รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นเวฟ-สีน้ำเงินดำ ทะเบียน 8 กฐ 4420 กทม​ จำนวน 1 คัน (และรถที่ใช้ก่อเหตุ รวมจำนวน 12 รายการ)

โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านปลูกเป็นเพิงพักริมคลองบึงบ้านม้า ถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ แขวงพัฒนาการ เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 28 พ.ค. เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.
  
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 62 เวลา 08.00 น.ได้มีคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นเวฟ 110 i สีขาวดำ ทะเบียน 2 กข 6653 ของนางสาวทัศนีย์ พึ่งกุศล (ผู้เสียหาย) ที่บริเวณร้านก๋วยเตี๋ยวโกเด้งใกล้โกดังพีแม็กถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เขตแขวงประเวศกรุงเทพฯและจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นเวฟ 110i สีน้ำเงินดำ ทะเบียน 8 8 7 1 4 กรุงเทพฯ ของนายวีรยุทธ มูฮัมหมัด (ผู้เสียหาย) ที่บริเวณบ้านเลขที่ 6 2 2/3 ถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ แขวงเขตประเวศ กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน. ประเวศได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุสอบกล้องวงจรปิดที่เกิดเหตุและบริเวณร้าน 7-eleven สาขา Airport Link ทับช้างสามารถบันทึกภาพตำหนิรูปพรรณของคนร้ายที่ก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ของนายวีรยุทธผู้เสียหายพบมีจำนวน 2 คน จึงทำการสืบสวนติดตามหาข่าวจนทราบว่า หนึ่งในคนร้ายร่วมก่อเหตุคือนายพีรพงศ์

จากการสอบถาม นายพีระพงษ์ มีประวัติเคยถูกจับกุมคดีข้อหาลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ ถูกศาลตัดสินจำคุกขณะเป็นเยาวชน ซึ่งการซักถามนายพีระพงษ์ได้รับว่าในการออกไปก่อเหตุให้แต่ละครั้งตนจะเป็นคนนัดหมายรวมกลุ่มกับพวกในเวลากลางคืน จะใช้รถจักรยานยนต์ขับขี่ซ้อนท้ายกันกับพวก ออกตระเวนไปหาลักจักรยานยนต์ตามท้องที่ต่างๆในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เมื่อพบรถจักรยานยนต์เป้าหมาย นายพีระพงษ์จะลงไปใช้เท้าถีบหักคอรถ แล้วทำการต่อสายตรงสตาร์ทเครื่อง ให้พรรคพวกที่ร่วมก่อเหตุขับขี่รถกลับมายังบ้านพักของนายขวัญหรือกายที่อยู่ริมคลองบึงบ้านม้าถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ เพื่อนำมาถอดแยกชิ้นส่วนเป็นอะไหล่และนำไปโพสขายใน Facebook ส่วนโครงตัวถังรถหรือชิ้นส่วนที่ขายไม่ได้ก็จะนำไปโยนลงคลองหน้าบ้าน โดยรับว่าเคยก่อเหตุมาประมาณ 20 ครั้งและเคยร่วมกันก่อเหตุลักจักรยานยนต์กับนายวรยุทธ​ หรือบอล​ นันจำรูญและนายประสิทธิ์ชัยหรือ หนึ่งศาลา ที่บริเวณใกล้มหาวิทยาลัยหัวเฉียว
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดต่อให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูโรงพยาบาล นำชิ้นส่วนโครงตัวถังรถที่บริเวณคลองดังกล่าว พบโครงตัวถังรถจักรยานยนต์จำนวน 9 คันจมอยู่ในคลองและพบเครื่องยนต์ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์เป็นจำนวนมากวางอยู่บริเวณรอบๆบ้านที่เกิดเหตุ จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางในคดีนำส่งพนักงานสอบสวน สน. ประเวศเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
, คดีที่ 2 ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางชัน ได้ร่วมกันทำการจับกุมตัวนายอรรคพล ท้องโสภณ อายุ 40 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 35 ซอยพระยาสุเรนทร์ 10 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ก่อเหตุชิงทรัพย์ภายในร้านสะดวกซื้อ 7-eleven สาขาพระยาสุเรนทร์ 12 ถนนพระยาสุเรนทร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ
โดยสามารถจับกุม ผู้ต้องหาได้ที่บ้านเลขที่ 35 ซอยพระยาสุเรนทร์ 11 แขวงบางชัน พร้อมกับตรวจยึดของกลางไว้ตรวจสอบดังนี้ อาวุธมีดปลายแหลมยาว 11 นิ้ว จำนวน 1 เล่ม หมวกไหมพรมสีดำจำนวน 1 ใบ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายพรางจำนวน 1 ตัว กางเกงยีนส์ขาสั้นจำนวน 1 ตัว รองเท้าฟองน้ำแบบหูหนีบจำนวน 1 คู่และกระเป๋าเสื้อผ้าสีส้มจำนวน 1 ใบ โดยกล่าวหาว่าชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนและ พกพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้านทางสวนสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร

โดยเมื่อวันที่ 26 เวลาประมาณ 03.17 นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางชัน ได้รับแจ้งจากพนักงานวิทยุ ว่ามีเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ 7-eleven สาขาพระยาสุเรนทร์ 12 จึงได้เดินทางไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุพบผู้เสียหาย คือ นางสาวสุดาพร สุขสงวน อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นพนักงานขายร้านสะดวกซื้อดังกล่าว ได้ให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวนว่าขณะที่ผู้เสียหายกำลังทำงานอยู่ในร้านสะดวกซื้อนั้นมีชาย 1 คน สวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้าเข้ามาภายในร้านและแสดงมีดซึ่งซ่อนอยู่ภายในถุงกระดาษให้ผู้เสียหายดูแล้วบอกให้ส่งเงิน โดยผู้เสียหายจึงส่งเงินให้รวม 4,000 บาทเป็นธนบัตรฉบับละ 100 จำนวน 30 ใบธนบัตรฉบับละ 20 บาทจำนวน 50 ใบ จากนั้นคนร้ายได้ออกจากร้านและเดินทาง ไปในซอยพระยาสุเรนทร์ 10 เพื่อหลบหนีและผู้เสียหายได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดี

ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนเรื่อยมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 29 พ 62 ได้ทำการเชิญตัวนายอรรถพล ซึ่งพักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 35 ซอยพระยาสุเรนทร์ 10 เนื่องจากมีพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุสามารถบันทึกตำหนิรูปพรรณของผู้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน เนื่องจากหลังก่อเหตุผู้ต้องหาได้ทำการถอดหมวกไหมพรมออกและจากการสืบสวนจนทราบว่าผู้ก่อเหตุดังกล่าวคือนายอรรถพลนั่นเอง เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน. บางชัน จึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน. บางชัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


  

โอ๋อัปเปอร์นิวส์ ถ่ายภาพ

ธวัชชัย เฟื่องอนันต์ รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here