ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์#ผู้เสียหายกรณีถูกปลอม ลายเซ็นต์สูญเงิน8ล้าน โวยธ.กรุงไทยฯพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง! เตรียมร้องผ่าน สคบ.ต่อ

0
377

ผู้เสียหายกรณีถูกปลอม ลายเซ็นต์สูญเงิน8ล้าน โว้ยธ.กรุงไทยฯพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง! เตรียมเข้าร้องกับ สคบ.     วันที่ 20 มกราคม 2562 จากกรณีที่มีนายเอกวิชช์ เกษเจริญอายุ39ปีผู้เสียหายที่ถูกปลอมลายเซนต์และนำไปถอนเงินสูญเงินไป8ล้านบาททั้งๆที่ไม่มีหลักฐานใดๆเกี่ยวกับตัวนายเอกวิชช์เลยแต่ธนาคารกรุงไทยสาขาสวรรค์วิถี จ.นครสวรรค์กลับให้ถอนเงินไปแบบไม่มีการตรวจสอบเอกสารหลักฐานแต่อยางใดเหตุเกิดมาตั้งแต่ปี2551ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่16ม.ค.ที่ผ่านมานายเอกวิชช์ได้ไปทวงถามเรื่องนี้ที่ธนาคารกรุงไทยสำนัก งานใหญ่แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากผู้บริหารธ.กรุงไทยแต่อย่าง ใดมีเพียงคำพูดเพียงอย่างเดียวคือขึ้นอยู่กับศาล สร้างความงวยงงให้กับนายเอกวิชช์เป็นอย่างมาก

ซึ่งสาเหตุที่มาเรียกร้อง ในครั้งนี้มันคนละประเด็นกับที่ทางผู้บริหารพูดซึ่ง นายเอกวิชช์ได้เปิดเผยถึงสาเหตุที่มาเรียก ร้องในครั้งนี้ว่าเหตุผลที่ ทางผู้เสียหายคือนาย เอกวิชช์ เกษเจริญ เค้ามาทวงถามความรับผิดชอบของผู้บริหารของธนาคาร กรุงไทย สำนักงานใหญ่ ว่าพวกคุณจะรับผิดชอบ ต่อการกระทำของพนักงาน ธ.กรุงไทย สาขาสวรรค์วิถี จ.นครสวรรค์ อย่างไรซึ่งมัน ไม่เกี่ยวข้องกับคดีความเลยแต่ทางผู้บริหารของธ.กรุงไทยสำนักงานใหญ่กลับพูดได้คำเดียวว่าขึ้นอยู่กับศาลทำให้สื่อที่ไปทำข่าวเกิดการไขว้เขว พวกคุณจะไม่รับผิดชอบต่อการกระทำของพนักงานของพวกคุณเลยหรือแสดงว่าช่วง10ปีที่ผ่านมาผู้บริหารของธ.กรุงไทยไม่เคยคิดจะตรวจสอบเรื่องนี้ เลยจนผู้เสียหายต้องมาร้องต่อสื่อถึงได้เริ่มมีการ ตรวจสอบใน เรื่องนี้พวกผู้บริหารธ.กรุงไทยฯไปทำอะไรอยู่ปล่อยให้ผู้เสียหายเค้าต่อสู้มาด้วยตนเองตลอดพอเค้ามาร้องสื่อก็พยามบิด เบือนต่างๆนาๆซึ่งเหตุผลที่ผู้เสียหายมาร้องเพื่อต้องการให้ผู้บริหารธ.กรุงไทยสำนักงานใหญ่ออกมารับผิดชอบในการ กระทำของพนักงานที”จงใจทำผิดกฎระเบียบของธนาคารเรื่องการถอนเงิน-โอนเงินและโดน ปลอมลายเซนต์นำไปเบิกเงินและโอนเงินทั้งๆที่ไม่มีหลักฐานใดๆของผู้เสียหายมาแสดงต่อ เจ้าหน้าที่ธนาคารเลยทำให้สูญเงินไป8ล้านบาท”ส่วนเรื่องคำ ตัดสินของศาลจะออกมาเช่นไรผู้เสียหายเข้าก็น้อมรับอยู่แล้วเราสู้ไม่ถ้อยแน่ในเรื่องนี้ความ ยุติธรรมมันต้องมีในบ้าน เมืองเราและในวันที่22 ม.ค.62เวลา11.00น.ตน จะเดินทางไปพร้อมด้วย นายคฑาภณ สนธิจิตร นายกสมาคมผู้สื่อข่าว และสื่อมวลชน(ประเทศไทย)รองประธานเครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ(ส.ท.ช.)เพื่อไป ร้องเรียนที่ สคบ.ต่อไป

ขอบคุณข้อมูลข่าว สมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชน(ประเทศไทย)

เสริม ศักดิ์สม รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here