ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์#สื่อสร้างสรรค์ ยึดมั่นอุดมการณ์ นำข่าวสารสู่สังคม ##ระดมกวาดล้างสถานที่สุ่มเสี่ยงค้ามนุษย์ ในพื้นที่กรุงเทพฯ

0
99

ระดมกวาดล้างสถานที่สุ่มเสี่ยงค้ามนุษย์ ในพื้นที่กรุงเทพฯ

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติ ที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยว ในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ สตม. ,พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา ผบก.ตม.1 จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดทุกหน่วยเร่งรัดกวดขันจับกุม ตามนโยบายข้างต้นอย่างต่อเนื่อง และให้มีผลปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยในช่วงที่ผ่านมามีผลการปฏิบัติที่น่าสนใจ ดังนี้

จากการสืบทราบและขยายผลการจับกุมสาวชาวต่างชาติทำงานนั่งดริ้งค์บริเวณคลองตัน และรัชดา ห้วยขวาง ซึ่งมีลักษณะการค้าประเวณีแอบแฝง อันอาจจะนำสู่การค้ามนุษย์ได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการตัดช่องทางสุ่มเสี่ยงต่อการค้ามนุษย์ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 จึงได้จัดกำลังระดมกวาดล้างสถานที่สุ่มเสี่ยงต่อการค้ามนุษย์ในเขตรับผิดชอบ ผลการระดมกวาดล้างสามารถจับกุมหญิงสาวชาวลาวได้ จำนวน 20 คน เวียดนาม จำนวน 2 คน จากการตรวจสอบเอกสารประจำตัว (PASSPORT) ของแต่ละคน พบว่าทั้งหมดเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรถูกต้องตามกฎหมาย โดยการได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ 30 วัน แต่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน โดยเมื่อครบกำหนดอนุญาต ก็จะเดินทางออกและกลับเข้ามาใหม่ เพื่อให้ได้สิทธิ์การอยู่ในราชอาณาจักร และแต่ละคนมีประวัติการเดินทางเข้าออกราชอาณาจักรคนละหลายรอบ นอกจากนี้ยังมีบางรายที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรด้วย วีซ่าทำงานเป็นกรรมกร แต่มาประกอบอาชีพนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาต โดยทำงานนั่งดริ้งค์ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 จึงได้ทำการสอบคัดแยกเหยื่อ และถามปากคำเพื่อให้ทราบข้อมูลและแรงจูงใจ รวมถึงผู้ดำเนินการ ตลอดจนผู้ร่วมขบวนการ ผู้นำพา รับไว้ และผู้ควบคุม ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดรับว่าสมัครใจด้วยตนเอง มิได้มีการข่มขู่ บังคับขืนใจแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สตม.เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th

ธวัชชัย เฟื่องอนันต์ ภาพ/ข่าว

เสริม ศักดิ์สม รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here