ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์##พลตำรวจตรี มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 พร้อมด้วย พันตำรวจเอก ศรายุทธ จุณณวัฒน์ รอง ผบก.น.5 ร่วมประชุมหารือกับ ผู้แทนจาก ร.ร.เทคโน สมุทรปราการ และ ผู้แทนจาก เทคโนช่างอุตสาหกรรม กรุงเทพ เพื่อหาแนวทางในการยุติ เด็กช่างเปิดศึกทะเลาะวิวาทกัน ที่ ห้องประชุม ศปก.น.5

0
206

พลตำรวจตรี มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 พร้อมด้วย พันตำรวจเอก ศรายุทธ จุณณวัฒน์ รอง ผบก.น.5 ร่วมประชุมหารือกับ ผู้แทนจาก ร.ร.เทคโน สมุทรปราการ และ ผู้แทนจาก
เทคโนช่างอุตสาหกรรม กรุงเทพ เพื่อหาแนวทางในการยุติ เด็กช่างเปิดศึกทะเลาะวิวาทกัน ที่ ห้องประชุม ศปก.น.5

วันพุธที่ 24 กรกฎาคม 2562 เวลาประมาณ 13.00 น.สืบเนื่องจาก เมื่อวันจันทร์ที่ 22 ก.ค. 2562 เวลาประมาณ 16.10 น. มีเหตุนักเรียนช่างประมาณ 30 คน ก่อเหตุยกพวกทะเลาะวิวาท มีอาวุธปืนและระเบิด ปิงปอง บริเวณ ใกล้กับวัดศรีเอี่ยม บริเวณหน้าโรงแรม เมเปิ้ล ถนนศรีนครินทร์ก่อนออกบางนาตราด เขต บางนา กรุงเทพฯ

พลตำรวจตรี มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 เปิดเผยหลังการประชุมว่า ในเบื้องต้นเราก็ต้องขอความร่วมมือกับทางโรงเรียน เพราะว่าเรายังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงและการเกิดเหตุนี้ แต่ ในส่วนเรื่องการดำเนินคดี กับฝ่ายก่อเหตุ ตอนนี้ เรารู้ตัวแล้วมี 7 คน แต่ที่ไปทั้งหมดรวมกันมี 22 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 12 คัน ตอนนี้ก็มีบางคน รู้ตัวเองก็เข้ามารายงานตัวเพื่อจะพิสูจน์ทราบ ซึ่งทางตำรวจเองก็มีหลักฐานที่สามารถจะพิสูจน์ทราบ ก็ได้ดำเนินการสอบสวนไปบ้างแล้ว ส่วนเรื่องการดำเนินคดีที่มีลักษณะความรุนแรงก็จะมีประมาณ 2-3 คนแต่ในส่วนอื่น ก็จะต้องดำเนินการไป ต่อจากนี้ก็จะออกหมายจับ ให้ได้ทั้งหมด และ จะไปตรวจค้นที่บ้านเพื่อหาหลักฐาน ที่ใช้ก่อเหตุเช่นระเบิดปิงปองหรืออาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ

ด้าน พันตำรวจเอก ศรายุทธ จุณณวัฒน์ รอง ผบก.น.5 กล่าวว่า ตามที่ ท่านผู้บังคับการได้แนะนำให้ทางโรงเรียนจัดระเบียบ ภายในสถานศึกษาของตนเอง เรื่องแรกคือเรื่อง พาหนะในการเดินทาง ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่ก็จะขับขี่รถจักรยานยนต์ของตนเองมาที่สถาบัน เพื่อมาเรียนหนังสือ เราก็แนะนำให้เขาไปดำเนินการ 3 เรื่องด้วยการคือ 1.ให้ลงทะเบียนทำประวัติ ว่าใครขับรถอะไร ทะเบียนอะไร ให้ทำข้อมูลเอาไว้ เพื่อจะได้ตรวจสอบได้ รวมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งภายในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษาให้สามารถใช้งานได้ 100% หากมีเหตุเกิดขึ้นจะได้เป็นหลักฐานและสามารถตรวจสอบ และสามารถติดตามผู้ก่อเหตุได้ 2. ให้ทั้งสองสถาบันไปหา กลุ่มนักศึกษาหรือนักเรียนที่มีส่วนในการก่อเหตุ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ สน. บางนา โดยให้เชิญผู้ปกครองของนักเรียนทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยกัน เพื่อทำความเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่ามันเกิดขึ้นจากสาเหตุอะไร และส่วนที่ 3 โดยปกติทั้ง 2 สถาบันจะมีครูเวรปฏิบัติหน้าที่ ก็ให้ครูเวรของทั้งสองสถาบันมา ดำเนินการร่วมกัน เวลานักศึกษาทั้งสองสถาบันเดินทางมาจะได้ประสานงาน เพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกันได้ นี่คือมาตรการที่เราได้พูดคุยและรับทราบจากสถาบันทั้ง 2 แห่ง และต่อไปก็อยากให้ทั้งสองสถาบันไป อบรมเกี่ยวกับเรื่องของกฎหมาย ในด้านของอัตราโทษเพื่อให้นักศึกษาทั้งสองสถาบันนั้นทราบว่าการทำผิดนั้นมีอัตราโทษอย่างไร หากถูกศาลพิพากษาลงโทษแล้วจะเป็นอย่างไรและจะเกิดอะไรขึ้น เพื่อให้เกิดการตระหนักและรับรู้ว่า หากทำความผิดและได้รับโทษเขาจะได้ไม่ไปก่อเหตุลักษณะนี้อีก เพื่อตัดทัศนคติของการเห็นความสำคัญของศักดิ์ศรีสถาบัน เหนือกว่าการกระทำความผิดกฎหมาย ซึ่งทางเราก็ได้พยายามเน้นย้ำในจุดนี้เพื่อให้เขาเห็นถึงอัตราโทษในการกระทำผิดแล้วยิ่งหากไปก่อเหตุแล้วมีผู้เสียชีวิตโทษก็จะยิ่งหนักขึ้น และในอีกส่วนหนึ่งท่านผู้การก็ได้แนะนำให้ทั้งสองสถาบันนี้ทำแฟ้มนักเรียนกลุ่มเสี่ยง,กลุ่มนักศึกษาที่มีพฤติกรรม ความก้าวร้าว ไม่เหมาะสม ที่มีลักษณะว่าอาจจะไปก่อเหตุ โดยขอให้ทำข้อมูลทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน รวบรวมเอาไว้ที่สถาบันทั้ง 2 แห่ง แล้วเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปขอความร่วมมือก็ขอให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพื่อที่จะได้สามารถหยุดยั้งเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ ในภายภาคหน้า เพราะว่าในบางครั้งก็จะมีการใช้ วุฒิภาวะที่ไม่เพียงพอของเด็กนักเรียนและเยาวชน โดยได้รับการกระตุ้นจากผู้ใหญ่ให้ไปก่อเหตุในลักษณะนี้ จึงจำเป็นต้องใช้การหยุดยั้งโดยการ โดยการให้ความรู้เรื่องกฎหมาย โดยท่าน พลตำรวจตรี มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 ได้มอบนโยบายให้ทั้งสองสถาบันไปดำเนินการ ได้มอบนโยบายให้ทั้งสองสถาบันไปดำเนินการ ซึ่งก็ทราบว่าในส่วนนี้ บางส่วน ทางสถาบันก็ได้ มีการดำเนินการไปดูแล้ว และหากทางสถาบันต้องการให้ทางตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 ช่วยเหลือทางเราก็ยินดีที่จะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุมชนสัมพันธ์เข้าไปให้ความรู้และอบรม และดูแลในเรื่องนี้ ต่อไป

ธวัชชัย เฟื่องอนันต์ ภาพ/ข่าว

เสริม ศักดิ์สม. รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here