ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์##สมาคมสื่อฯพาวิศวกรหนุ่มร้องกองปราบจอดรถพักริมทางโดนมอมยาปลดทรัพย์2รอบแจ้งความไว้ สน.คันนายาว 1ปีคดีไม่คืบ!

0
78

สมาคมสื่อฯพาวิศวกรหนุ่มร้องกองปราบจอดรถพักริมทางโดนมอมยาปลดทรัพย์2รอบแจ้งความ1ปีคดีไม่คืบ!
เมื่อเวลา.11.00น.วันที่21ส.ค.62 นายคฑาภณ สนธิจิตร นายกสมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชน(ประเทศไทย)ประธานเครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตประพฤติมิชอบแห่งชาติ ได้พานายชัยยุทธ เชี่ยวเขตกิจ อาชีพวิศวกร อายุ33ปีอยู่บ้านเลขที่ 134/1หมู่8ต.หนองนมวัวอ.ลาดยาวจ.นครสวรรค์ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปรามให้ช่วยติดตามคนร้าย ที่ก่อคดีมอบยาผู้เสียหายที่จอดรถพักผ่อนเหตุเกิดที่ถนนเลียบวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฝั่งตะวันออกขาเข้า(มอเตอร์เวย์บางนา – บางประอินหรือทางด่วนพิเศษหมายเลข9)มุ่งหน้าบางนา สุวรรณภูมิโดยผู้เสียหายโดนคนร้ายก่อเหุตในลักษณะนี้มาถึง2ครั้งแจ้งความที่สน.คันนายาวผ่านมา1ปีคดีไม่คืบหน้า ก็เลยต้องมาแจ้งความตำรวจกองปราบ โดยนายชัยยุทธ เชี่ยวเขตกิจ ผู้เสียหายได้เปิดเผยว่าเมื่อเวลาของ วันที่ 25 พ.ย. 61เวลา01.00น.หลังจากเลิกงานแล้วตนกำลังขับรถยนต์กลับที่พักซึ่งอาศัยอยู่ย่านเมกะ บางนา ได้ขับรถยนต์โดยใช้เส้นทางทางจตุโชติ เมื่อขับรถลงจากทางด่วนด่านจตุโชติแล้วตนได้กลับรถเพื่อเข้าถนนเลียบวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก ขาเข้า (มอเตอร์เวย์บางนา -​ บางปะอิน หรือ ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9) มุ่งหน้าสู่บางนา สุวรรณภูมิ แต่ด้วยความที่ตนรู้สึกว่าตนเองค่อนข้างอ่อนเพลียจากการทำงาน และเป็นช่วงเวลาดึกประมาณ 02.00 น. เมื่อตนกลับรถแล้วเห็นว่าบริเวณนั้นเป็นที่จุดพักรถ สามารถจอดรถเพื่อพักผ่อนก่อนได้ และเห็นว่าในขณะนั้นมีรถบรรทุกคันอื่นจอดพักรถอยู่ ณ จุดพักรถดังกล่าวด้วยกันหลายคัน ซึ่งตนมองว่าปลอดภัย และดีกว่าการฝืนตนเองเพื่อขับรถกลับบ้านซึ่งมีระยะทางอีกไกลหลายสิบกิโลเมตร จากนั้นตนจึงได้จอดรถ ณ จุดกลับรถดังกล่าวเพื่อพักผ่อนก่อน โดยได้จอดรถ
ในช่องทางจอดรถที่ปลอดภัย ซึ่งตนได้ดับเครื่องยนต์และลดระดับกระจกลงเล็กน้อยเพื่อเป็นการระบายอากาศ และได้ล็อคประตูรถยนต์ไว้เป็นอย่างดี จนกระทั่งตนได้หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย กระทั่งเช้่า เวลาประมาณ 9.00 น. ตนได้ตื่นมา และตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินของตนได้สูญหายไปหลายรายการ เช่น สร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 3 บาท พร้อมพระเครื่องเลี่ยมทองคำ หลวงพ่อสด วัดปากน้ำรุ่นที่ 4 , สร้อยข้อมือทองคำ น้ำหนัก 2 บาท , โทรศัพท์ไอโฟน และเงินสดอีกประมาณ 6,000 บาท และทรัพย์สินอื่นอีกจำนวนหนึ่ง ต่อมาตนจึงได้ไปแจ้งความที่ สน.คันนายาว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป

เมื่อเวลาผ่านมาสักระยะหนึ่งตนได้ติดต่อไปยังร้อยเวรเจ้าของคดีเพื่อสอบถามความคืบหน้าในการดำเนินคดี กลับได้รับคำตอบจากร้อยเวรว่า ยังไม่มีหลักฐานทางคดีแต่อย่างใด
ต่อมาผู้เสียหายจึงได้ไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ทางด่วนเพื่อขอดูกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งน่าจะเป็นหลักฐานสำคัญทางคดี และก็ได้ภาพบันทึกวีดีโอจากกล้องวงจรปิดดังกล่าวมา โดยในภาพบันทึกวีดีโอนั้นได้เห็นรถยนต์ของผู้เสียหายขณะจอดพักผ่อนอยู่ ณ จุดพักรถข้างต้น และสามารถบันทึกพฤติกรรมและลักษณะวิธีการของคนร้ายได้ตลอดเวลาของการกระทำความผิด
ตนจึงได้นำหลักฐานดังกล่าวส่งให้ร้อยเวรสน.คันนายาวซึ่งเป็นเจ้าของคดี เพื่อประกอบสำนวน
ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ให้คำตอบมาว่า ไม่สามารถติดตามหาตัวคนร้ายได้ เนื่องจากภาพวีดีโอจากกล้องวงจรปิดนั้น ไม่สามารถเห็นหน้าคนร้ายได้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ตนได้ร้องขอให้พนักงานสอบสวนช่วยตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายที่อาจจะติดอยู่บริเวณต่่างๆของรถยนต์ของตน ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจลายพิมพ์นิ้วแฝงของคนร้ายที่รถยนต์แล้วและได้แจ้งมาว่า ไม่สามารถเทียบลายพิมพ์นิ้วมือแฝงจากรถยนต์ที่เกิดเหตุกับบุคคลใดๆได้
ทั้งนี้ ผู้เสียหายได้ติดต่อไปยังพนักงานสอบสวนอยู่เป็นระยะเพื่อสอบถามความคืบหน้าทางคดีซึ่งก็ผ่านมาแล้ว1 ปี แต่ก็ไร้วี่แววที่ตำรวจสน.คันนายาวจะติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้ได้เลยต่อมาวันที่ 21ก.ค.62 หลังจากเลิกงานตนจึงขับรถยนต์กลับบ้านพักโดยได้ใช้เส้นทางเดิมคือลงจากทางด่วนด่านจตุโชติแล้วได้กลับรถเพื่อเข้าถนนเลียบวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก ขาเข้า (มอเตอร์เวย์บางนา -​ บางปะอิน หรือ ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9) มุ่งหน้าสู่บางนา สุวรรณภูมิตนจึงได้ไปจอดรถ ณ จุดพักรถที่เกิดเหตุเมื่อครั้งก่อนเมื่อตำรวจทำอะไรไม่ได้ตนก็ตั้งใจจะจับคนร้ายนี้ด้วยตัวเอง
และได้จอดรถที่จุดพักรถในเวลาประมาณ 02.00 น. เช่นครั้งที่ผ่านมา และได้ดับเครื่องยนต์ลดกระจกลงเพื่อระบายอากาศเหมือนเช่นเดิม แต่ครั้งนี้ไม่ได้ล็อคประตูรถยนต์ เพราะหวังว่าหากเกิดเหตุเช่นเดิมอีก ตนจะได้เปิดประตูและจับตัวคนร้ายได้ง่ายขึ้น
แต่ด้วยความเงียบสงบการสัญจรของรถมีปริมาณน้อยด้วยและความอ่อนเพลียจากการทำงาน ตนจึงได้เผลอหลับไป
กระทั่งเช้่า เวลาประมาณ 9.00 น. ของวันที่ 21ก.ค 62 ตนได้ตื่นมา และตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินของตนเองได้สูญหายไปหลายรายการ เช่น โทรศัพท์ไอโฟน , กระเป๋าใส่เงินและเงินสดอีกประมาณ 1,000 บาท , บัตรประชาชน ,ใบอนุญาตขับขี่ และเอกสารอื่นๆอีกจำนวนหนึ่งรวมทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปทั้งสองครั้งประมาณ300000บาท
ต่อมาตนก็ได้ไปแจ้งความไว้ที่ สน.คันนายาว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายมาลงโทษให้ได้หลังจากนั้นตนก็ติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้กับร้อยเวรสน.คันนายาวมาตลอดทั้ง2คดี
แต่ก็ได้รับคำตอบจากพนักงานสอบสวนยังไม่สามารถติดตามคนร้ายได้และไม่มีเบาะแสใดๆกับคนร้ายเลยทั้ง2คดี
ทำให้ตนเกิดความกังวลประกอบกับคดีทั้ง2คดี
ก็ไมีมีความคืบหน้าใดๆเลยตนจึงต้องมาแจ้งความกับจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามให้ช่วยติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีให้เร็วที่สุดและตนก็ไม่หมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.คันนายาวอีกต่อไปและก็เชื่อหมั่นว่ายังมีผู้เสียหายอีกเป็นจำนวนมากที่โดนในลักษณะแบบนี้อีกหลายราย

ขอบคุณภาพข่าว สมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชน (ประเทศไทย)

เสริม ศักดิ์สม รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here