ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์#นักธุรกิจหนุ่มถูกปลอมลายเซ็นต์สุดทนธนาคารกรุงไทยบิดเบือนประเด็นบุก กระทรวงการคลังยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีฯให้ตรวจ สอบด่วน!

0
125

นักธุรกิจหนุ่มถูกปลอมลายเซ็นต์สุดทนธนาคารกรุงไทยบิดเบือนประเด็นบุก กระทรวงการคลังยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีฯให้ตรวจ สอบด่วน

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2562 เวลา 11.00 น.นายคฑาภณ สนธิจิตรนายกสมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชน(ประเทศไทย)รองเครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ(ส.ท.ช.) ได้นำ นายเอกวิชช์ เกษเจริญ อายุ39 ปี อยู่บ้านเลขที่1319/44 หมู่10 ต.นครสวรรค์ตก อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียน กับรัฐมนตรีว่าการกระ ทรวงการคลังโดยมี นายศิรินทร์ ลิ่มนิจสรกุล นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษสำนักงานรัฐมนตรีเป็นผู้มา รับหนังสือร้องเรียนแทน รัฐมนตรีฯ โดยขอให้ตรวจ สอบพฤติกรรมของพนัก งานธนาคารกรุงไทย สาขาสวรรค์วิถี และ สาขาปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์

ที่จงใจทำผิดระเบียบ วิธีปฎิบัติของธนาคาร เรื่องการเบิก-ถอนเงินและไม่ได้รับความเป็นธรรมกรณีถูกปลอมลายเซ็นต์นำไปถอนเงินจากบัญชีธนาคารกรุงไทยฯ จนต้องสูญเงินไปกว่า 8ล้านกว่าบาทเหตุเกิดเมื่อประมาณปลายปี2551 ทั้งๆที่ผู้เสียหายถูกปลอมลายเซ็นต์และไม่มีเอก สารใดๆเกี่ยวกับผู้เสีย หายเลยแต่ทางพนักงานธนาคารกรุงไทย สาขา สวรรค์วิถี จ.นครสวรรค์ กลับดำเนินธุรกรรมทาง การเงินในบัญชีของตน แบบไม่ติดใจสงสัยแต่ อย่างใดผู้เสียหายได้เปิดเผยว่าตนเองเป็นตัวแทน เป็นเจ้าของกิจการร่วมค้า ห้างหุ้นส่วนจำกัดคงเพชรศักดิ์ คอนสตรัคชั่นกับ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ต.ทวีกิจ เสถียรก่อสร้าง เนื่องจากได้รับความ เดือดร้อนจากการจงใจ ไม่ปฎิบัติตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ในการเบิกถอนเงินออก จากบัญชีนิติบุคคลของผู้ เสียหายซึ่งได้เปิดบัญชี เงินฝากประเภทออมทรัพย์ไว้กับธนาคารกรุงไทย สาขา สวรรค์วิถีชื่อบัญชี กิจการร่วมค้าห้างหุ้นส่วนจำกัดคงเพชรศักดิ์คอนสตรักชั่นกับห้างหุ้นส่วน จำกัด ต.ทวีกิจเสถียร ก่อสร้าง บัญชีเลขที่ 633-0-11201-0 โดยมีเอกสารสัญญาข้อตกลงกิจการร่วมค้ามอบไว้เป็นหลักฐานกับธนาคารกรุงไทยฯ สาขาดังกล่าวโดยเหตุ การณ์เริ่มจากผู้เสียหายในฐานะตัวแทนกิจการร่วมค้าฯถูกปลอมลายมือชื่อ ในใบถอนเงินธนาคารกรุงไทยฯเพื่อเบิกเงินไปจากบัญชีถึง 2ครั้งเป็นเงิน8ล้านบาท เศษโดยมีการแจ้งความ ดำเนินคดีและผลการ ตรวจพิสูจน์ลายมือจาก กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็น ว่าไม่ใช่ลายเซ็นต์ของบุคคลเดียวกันแต่ที่สำคัญ พฤติกรรมของพนักงาน ธนาคารที่บ่งชี้ว่าอาจมีส่วนรู้เห็นร่วมกันเป็นขบวนการในทุจริตจงใจกระทำผิดระเบียบวิธีปฎิบัติการ ถอนเงินและการเบิกถอนเงินต่างสาขากำหนดให้ เจ้าของบัญชีจะต้องไป ดำเนินการเองเท่านั้น และทางพนักงานธนาคารจงใจไม่ตรวจสอบสัญญาข้อตกลงร่วมค้าที่มอบ อำนาจให้ตัวแทนเป็นผู้ เบิกถอนเงินแต่เพียงผู้ เดียวโดยไม่ระบุให้อำนาจใช้ ตัวแทนโดยเฉพาะ กรณีนี้เป็นบัญชีลูกค้านิติบุคคลหลักฐานหรือเงื่อนไขข้อตกลงการเบิกจ่าย จะมีอยู่ที่สาขาเจ้าของ บัญชีเท่านั้นแต่พนักงานธนาคารกลับจงใจฝ่าฝืน ระเบียบยินยอมให้รับมอบฉันทะไปเบิกถอนต่างสาขาได้เท่ากับว่ายินยอมให้เบิกถอนเงินจำนวนมาก โดยไม่มีการตรวจสอบ ที่ผ่านมาผู้เสียหายได้ พยามร้องเรียนปัญหาที่ เกิดขึ้นต่อธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่มาแล้ว หลายครั้ง แต่ปรากฎว่าเรื่องถูกส่งกลับมาให้ผู้เสียหายดำเนินการแก้ไขปัญหาเองจน ล่าสุดตนจึงได้เดินทางมาร้องเรียนกับทางสมาคมฯถึงเรื่องที่เกิดขึ้นและทางสมาคมฯได้พาไปร้องเรียนที่ธนาคารกรุงไทยสำนักงานใหญ่จึงได้รับคำตอบจากธนาคารฯให้รอผล การตรวจสอบ210วันซึ่งผู้เสียหายถือว่านานไป เพราะหลักฐานต่างๆก็อยู่ที่ทางธนากรุงไทยมา แล้ว10ปีแสดงว่าทาง ธนาคารไม่สนใจตรวจ สอบใน เรื่องนี้แต่อย่างใด ในคดีที่ผู้เสียหายฟ้อง ธนาคารกรุงไทย ทำผิดสัญญาฝากทรัพย์ ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับ เรื่องร้องเรียนนี้ที่ขอให้ ตรวจสอบพนักงานทุจริต มีประเด็นสำคัญคือ ผู้เสียหายได้ใช้สิทธิขอ ตรวจสอบข้อเท็จจริงตั๋ว สัญญาใช้เงินเลขที่ คศ.001/2551 โดยกิจการร่วมค้าฯได้สั่งซื้อน้ำยางมะตอยจาก บริษัท เชลล์ประเทศไทย จำกัด เป็นเงินจำนวน 3,323,634 บาทและมีผู้ที่มีอิทธิพลท้องถิ่นในจ.นครสวรรค์ เข้ามาสั่งการให้ เจ้าหน้าที่ธนาคารกรุง ไทยสาขาดังกล่าวปฎิบัติตามคำสั่งจนเกิดความ เสียหายขึ้นในครั้งโดย ผู้เสียหายไม่รู้จะไปหา ความยุติธรรมกับหน่วยงานที่ไหนแล้วทางสมาคมฯจึงต้องทำหนังสือร้องเรียนมาถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ช่วยตรวจสอบในเรื่องนี้เพราะถือว่าเป็นความเดือดร้อนและเป็นเรื่องไม่สมควร เกิดขึ้นกับธนาคารของรัฐทั้งๆที่หลักฐานต่างๆเกี่ยวกับคดีนี้มีครบสมบูรณ์ทุกอย่างแต่เหตุใดธนาคารกรุงไทยสำนักงานใหญ่กับละเว้นไม่ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดโดยปล่อยเรื่องนี้เนินนานมาถึง 10 ปีโดยไม่มีการตรวจสอบใดๆทั้งสิ้นและให้ธ.กรุงไทยรีบคืนเงินที่ต้องสูญเสียไปในครั้งนี้ทันที่ โดยตนเองเคยนำเรื่องนี้ ไปร้องเรียนกับ ธนาคารแห่งประเทศไทยแต่เรื่องก็เงียบไม่มีการตรวจสอบใดๆล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มกราคม2562 ตนได้ไปร้องเรียนกับธนาคารกรุงไทยสำนักงานใหญ่ซึ่งทางธนาคารกรุงไทยสำนักงานใหญ่กับบ่ายเบี่ยงประเด็นโยนเรื่องไปให้ศาลทั้งๆที่การมาร้องเรียนในครั้งนี้ตนเองมาร้องเรียนให้ตรวจสอบพนักงานธนาคารที่จงใจทำผิดระเบียบธนาคารในการถองเงินและโอนเงินไม่ปฎิบัติตามกฎระเบียบ ซึ่งไม่เกี่ยวกับศาลแต่อย่างใดหลังจากที่ นายศิรินทร์ ลิ่มนิจสรกุล นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษสำนักงานนายกรัฐมนตรีได้ รับหนังสือร้องเรียนจาก สมาคมฯแล้วและได้กล่าวว่าจะรีบตรวจสอบเรื่องนี้ อย่างเร่งด่วนและจะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาประชุมหาสาเหตุที่แท้จริงในเรื่องนี้ต่อไปอย่างเร็วที่สุด

ขอบคุณขอมูลข่าว สมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชน(ประเทศไทย)

เสริม ศักดิ์สม รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here