ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์##สมาคมสื่อฯนำผู้เสียหายแจ้งตำรวจจับ!อดีตผู้ใหญ่บ้านกินเงินชาติพันธุ์

0
1476

สมาคมสื่อฯนำผู้เสียหายแจ้งตำรวจจับ!อดีตผู้ใหญ่บ้านกินเงินชาติพันธุ์

เมื่อวันที่22ธันวาคม2563 เวลา11.30น.นายคฑาภณ สนธิจิตรนายกสมาคมผู้สื่อข่าวและงฃฃฃสื่อมวลชน(ประเทศไทย)-ประธานเครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตประพฤติมิชอบแห่งชาติ-นายรินทร์ธนัน กอบคำรองนายกสมาคม-รองประธานฯ-น.ส.กาญดา ระแวกกลางเลขานายกสมาคมฯพาชาวบ้านชาติพันธุ์หมู่2ต.บ้องตี้ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรีจำนวน5รายพร้อมหลักฐานเข้าแจ้งความเอาผิดนางรำพึง ทองเปราะอายุ43ปีอยู่บ้านเลข17หมู่2ต.บ้องตี้อ.ไทรโยคจ.กาญจนบุรี(อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่2)เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.กสานต์ พาราร้อยเวรสอบสวนสภ.ไทรโยคจ.กาญจนบุรีให้ดำเนินคดีกับผู้ใหญ่บ้านฯในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต(มาตรา157)หลังจากได้สอบปากคำผู้เสียหายในครั้งนี้แล้วร.ต.อ.กสานต์ พาราร้อยเวรสอบสวนได้กล่าวว่าการสอบสวนผู้เสียหายในครั้งนี้ยังไม่แล้วเสร็จเพราะยังมีผู้เสียหายบางรายที่ยังไม่ได้ทำการสอบสวนและอาจมีผู้เสียหายมาแจ้งความเพิ่มอีกก็ได้โดนตนจะรีบดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จในระยะเวลาไม่เกิน30วันหลังจากนั้นจะส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมหลักฐานต่างๆให้กับปปช.เป็นผู้ดำเนินการ ถ้าทางปปช.เห็นว่าและมีมติให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการในเรื่องนี้ทางตนก็พร้อมดำเนินการโดยจะเรียกอดีตผู้ใหญ่บ้านเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในความผิดมาตรา157ต่อไป โดยขอแจ้งชาวบ้านที่ถูกอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวเรียกรับเงินในคดีนี้ เข้ามาพบตนเพื่อมาแจ้งความได้ที่สภ.ไทรโยคโดยนายคฑาภณได้กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อปี2562ได้มีตัวแทนชาวบ้านหมู่2ต.บ้องตี้อ.ไทรโยคจ.กาญจนบุรีเข้าร้องเรียนกับสมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชน(ประเทศไทย)-เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตประพฤติมิชอบแห่งชาติว่าได้ถูกอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวเรียกรับเงินในการต่อบัตร-ทำบัตรบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน(ชาติพันธุ์)รายละ2000-20000บาท โดยทางสมาคมฯได้นำตัวแทนชาวบ้านยื่นหนังสือร้องเรียนกับอธิบดีกรมการปกครองโดยทางกรมการปกครองได้ส่งผู้ตรวจการกรมลงมาสอบสวนและลงความเห็นว่าอดีตผู้ใหญ่บ้านฯเรียกรับเงินจริงและได้ส่งผลการสอบสวนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีทราบ ต่อมาทางผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีได้ลงนามในคำสั่งไล่ออกอดีตผู้ใหญ่บ้านฯไปแล้วตั้งแต่วันที่13ก.ค.63
โดยนายคฑาภณได้ทราบข่าวมาว่าก่อนที่จะพาผู้เสียหายมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางตัวแทนผู้เสียหายได้เรียกอดีตผู้ใหญ่บ้านมาเจรจาพูดคุยโดยขอให้ทางอดีตผู้ใหญ่บ้านชดใช้โดยการคืนเงินให้กับผู้เสียหายแต่อดีตผู้ใหญ่ปฏิเสธการคืนเงิน ส่วนทางคดีแพ่งทางสมาคมฯกำลังให้ทนายความรวบรวมหลักฐานต่างๆเพื่อยื่นเรื่องฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายซึ่งคาดว่าจะยื่นเรื่องได้ประมาณกลางเดือนม.ค.64นี้

Cr.สมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนประเทศไทยม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here