ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์##บช.น.แถลงจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและการฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน

0
191

บช.น.แถลงจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและการฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน

ตามนโยบายของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมเกี่ยวกับการฉ้อโกง หลอกลวง มีผลกระทบต่อความสุขของพี่น้องประชาชนเป็นหนึ่งในปัญหาของชาติที่สำคัญต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนและจริงจัง จึงมอบนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.เร่งรัดขับเคลื่อน การปราบปราม อย่างจริงจังโดยบูรณาการกำลังทุกฝ่ายพร้อมกับหน่วยงานในทุกกองบัญชาการ เมื่อวันเสาร์ที่ 16 ม.ค. 2564 เวลา 17.30 น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น., พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5, พ.ต.อ.ยศเอก รักษาสุวรรณ รอง ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.ภูริส จินตรานันท์ ผกก.สน.สุทธิสาร, พ.ต.อ.จักรกริศน์ โฉสูงเนิน ผกก.สน.ลุมพินี และ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและการฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน ณ ลานแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร บช.น. ดังต่อไปนี้

คดีที่ 1 สน.ลุมพินี และ สตม. ร่วมจับกุม ชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมกันมั่วสุมในสถานที่ แออัดอันเป็นการฝ่าฝืนต่อ พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548
วันที่ 16 ม.ค.64เวลาประมาณ 01.30 น. เจ้าหน้าที่ตํารวจ สน.ลุมพินี และ เจ้าหน้าที่ตํารวจ สตม.จับกุมคนไทยและต่างชาติ ซึ่งรวมกลุ่มมั่วสุมนั่งรับประทานอาหาร ภายในร้านทัช คาเฟ่ เรสเตอรองค์ (Taj Cafa Restaurant) ที่อยู่ เลขที่ 1/26-27 ซ.สุขุมวิท 3 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ได้ ผู้ต้องหา จํานวน 85 คน ประกอบด้วย คนไทย 42 คน และคนต่างชาติ 43 คน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • ชาวต่างชาติจํานวน 1 ราย คือ นายมันดีฟ ซิงห์ อายุ 28 ปี สัญชาติอินเดีย โดยกล่าวหาว่า “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรชั่วคราว ทํางานโดยไม่มีใบอนุญาตทํางาน , ฝ่าฝืนข้อกําหนด ตามความ มาตรา 9 พรก.ฉุกเฉินฯ ,ฝ่าฝืนประกาศ กทม.เรื่องสั่งปิดสถานบริการชั่วคราว (ฉบับ 15) ,ฝ่าฝืนคําสั่ง คกก. คุ้มครองผู้บริโภคที่ 9/2558. ห้ามขายหรือห้ามให้บริการ สินค้าบารากู่ ออกตามความในมาตรา 36 พรบ. คุ้มครองผู้บริโภค”
  • หญิงชาวไทยจํานวน 42 ราย ในข้อหา “ร่วมกันมั่วสุม ณ ที่ใดในสถานที่แออัด อันเป็นการฝ่า ฝืนต่อ พรก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548”
  • ชาวต่างชาติจํานวน 21 รายในข้อหา “ร่วมกันมั่วสุม ณ ที่ใดในสถานที่แออัด อันเป็นการฝ่า ฝืนต่อ พรก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 , เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาใน ราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
  • ชาวต่างชาติจํานวน 2 ราย ในข้อหา “ร่วมกันมั่วสุม ณ ที่ใดในสถานที่แออัด อันเป็นการฝ่า ฝืนต่อ พรก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 , เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักร ไทย โดยอนุญาตสิ้นสุด”
  • ชาวต่างชาติ จํานวน 19 ราย “ร่วมกันมั่วสุม ณ ที่ใดในสถานที่แออัด อันเป็นการฝ่าฝืนต่อ พรก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 , เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดย ไม่ได้รับอนุญาต ,เป็นบุคคลต่างด้าวทํางานโดยไม่ได้รับอนุญาต” รวมทั้งหมด 85 ราย นําส่ง พงส. สน.ลุมพินี ดําเนินการตามกฎหมายต่อไป

คดีที่ 2 กรณีความคืบหน้า การดําเนินคดีผู้เกี่ยวข้องกับเหตุผู้เสียชีวิตจากการเสพยาเสพติด พื้นที่ สน.วัดพระยาไกร

  1. สน.สุทธิสาร : สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 ม.ค.64 เวลาประมาณ 02.20 น. เจ้าพนักงานตํารวจ สน.สุทธิสาร ได้รับแจ้งเหตุหญิงเสียชีวิตชื่อ น.ส.ลลิตาฯ เจ้าหน้าที่ตํารวจจึงได้ทําการสืบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิต ได้เสพยาเสพติดอยู่บริเวณร้านฟลูไทม์ ย่านพระราม 3 และทราบว่า น.ส.ลลิตาฯ ก่อนเสียชีวิตได้สั่งซื้อยาเสพ ติด มาจาก นายปรมัตถ์ฯ จึงได้ทําการสืบสวนมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งวันที่ 15 ม.ค.64 เจ้าพนักงานตํารวจ ชุดจับกุมได้ทําการสืบสวนทราบว่านายปรมัตถ์ฯ มาส่งที่บริเวณภายในซอยเจริญราษฎร์ 7 แยก 7 ซอยอยู่ดี 5 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ จนกระทั่งเวลาประมาณ 12.30 น. พบนายปรมัตถ์ฯ จึงได้แสดง ตนเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจ พร้อมกับแจ้งเหตุแห่งความสงสัยขอตรวจค้น ผลการตรวจค้นปรากฏพบของกลาง วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทในประเภท 2 (คีตามีนหรือเคนมผงหรือเคเกล็ดหรือเคทะเลทราย) ชนิดผงบรรจุ ในถุงพลาสติกใสชนิดเปิด-ปิดได้ จํานวน 1 ถุง น้ําหนักชั่งรวมถุงประมาณ 0.65 กรัม และโทรศัพท์มือถือ จํานวน 1 เครื่อง เจ้าหน้าที่ตํารวจชุดจับกุมจึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง สอบถามแล้วนายปรมัตถ์ฯ รับว่ายาเสพติดที่เจ้าพนักงานตํารวจตรวจยึดเป็นของตนเองจริง จึงได้แจ้งสิทธิ์ตามกฎหมายและแจ้งข้อกล่าวหาให้ ทราบ จากการสอบปากคํานายปรมัตถ์ รับว่าเมื่อวันที่ 10 ม.ค.64 เวลาประมาณ 02.30-02.50 น. ตนได้ขับรถจักยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟสีดํา ทะเบียน มลก 554 กทม. นํายาเสพติด จํานวน 1 ถุง นําไปจําหน่ายให้กับ น.ส.ลลิตาฯ ที่บริเวณหน้าร้านฟลูไทม์ ซอยสุดประเสริฐ ซอย 9 จริง และรับว่ายาเสพติด ที่เจ้าหน้าที่ตํารวจตรวจยึด เป็นยาชนิดเดียวกันกับที่จําหน่ายให้กับแต๋มจริง เจ้าพนักงานตํารวจจึงแจ้งสิทธิ์ แจ้งข้อกล่าวหา ให้ทราบว่า “มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับ อนุญาต” จึงได้ควบคุมตัว พร้อมตรวจยึดของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ท้องที่เกิดเหตุ ดําเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
  2. ที่ สน.พหลโยธิน วันที่ 15 ม.ค.64 เจ้าหน้าที่ตํารวจ สน.วัดพระยาไกร ได้มาร้องทุกข์ กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ด้วยจากการสืบสวนต่อเนื่องจากเหตุรับแจ้่งพบศพ น.ส.พาณิ ภัคฯ ซึ่งจากการตรวจสถานที่เกิดเหตุพบถุงพลาสติกภายในบรรจุยาเสพติดเคตามีน นั้น

จากการสืบสวนได้ข้อเท็จจริงว่า ก่อนเกิดเหตุนายทัชชัยฯ แฟนของ น.ส.พาณิภัคฯ ได้สั่งซื้อ ยาดังกล่าวจาก น.ส.กุลนทีฯ น้ําหนักประมาณ 5 กรัม ราคา 2,700 บาท ส่งของกันที่บริเวณลานจอดรถ ซ.รัชดาภิเษก 36 (ซอยเสือใหญ่อุทิศ) พื้นที่ สน.พหลโยธิน โดยมีหลักฐานการโอนเงินจากบัญชีธนาคารของ นายทัชชัย เข้าบัญชีของ น.ส.พาณิภัคฯ จากนั้นนายทัชชัย และ น.ส.พาณิภัคฯ ได้ไปร่วมเสพยาเสพติด จนเป็นเหตุให้ น.ส.พาณิภัค เสียชีวิต และ นายทัชชัยฯ ต้องเข้ารับการรักษาตัว ในเวลาต่อมา น.ส.กุลนทีฯ ได้ เดินทางมายัง สน.พหลโยธิน พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อหาให้ทราบว่า “มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต และขายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและ ประสาทประเภท 2 (เคตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต” พนักงานสอบสวนได้นําตัว น.ส.กุลนที ไปยังศาลอาญา เพื่อยื่นคําร้องขอหมายขัง ศาลอนุญาตตามขอ ได้ออกหมายขังมีกําหนด 12 วัน และจะได้ทําการสอบสวน ดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีที่ 3 กรณีผู้ชุมนุมทํากิจกรรมบริเวณเกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ วันเสาร์ที่ 16 ม.ค.64 เมื่อเวลา 11.00 น. กลุ่มการ์ดปลดแอก นัดรวมตัวกันทํากิจกรรม ร่วมกันเขียนป้ายผ้ายาว 112 เมตร เพื่อบอกเล่าความในใจกับความล้มเหลว ในการบริหารจัดการของรัฐบาล ต่อมาในเวลา 12.15 น. จนท.ตํารวจ เริ่มประกาศแจ้งเตือน พรก.ฉุกเฉิน และจับกุมผู้ไม่เชื่อฟังพร้อมยึดป้ายผ้า โดยจับกุมผู้ต้องหา จํานวน 2 คน ดังนี้

  1. นาย ใบบุญฯ อายุ 20 ปี
  2. นายภาณุพงษ์ฯ อายุ 20 ปี
    ในข้อหา “ร่วมกันมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ร่วมกันชุมนุมหรือ
    ทํากิจกรรมที่มีการรวมคนที่มีความแออัดในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค ในพื้นที่ซึ่งผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ประกาศหรือมีคําสั่งให้เป็นพื้นที่ควบคุม อันเป็นการฝ่าฝืนประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการ แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุม การทํากิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” นําส่ง ตชด.ภาค 1 เพื่อดําเนินคดีตาม กฎหมายต่อไป

บช.น. ขอเรียนพี่น้องประชาชนว่า ถึงแม้ว่าจะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 แต่เจ้าหน้าที่ตํารวจยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติดอย่างเคร่งครัด พบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทําความผิด โปรดแจ้งสายด่วน ๑๙๑ หรือสถานีตํารวจท้องที่

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ กองบัญชาการตํารวจนครบาล

ธวัชชัย เฟื่องอนันต์ ภาพ/ข่าว

เสริม ศักดิ์สม รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here