ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์##บิ๊กอู๊ด ผบช.สตม.” แถลงข่าวอาชญากรรมข้ามชาติ วันพฤหัสบดีที่ 18 ก.พ.64 เวลา 10.30 น. ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น1 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู)

0
161

บิ๊กอู๊ด ผบช.สตม.” แถลงข่าวอาชญากรรมข้ามชาติ วันพฤหัสบดีที่ 18 ก.พ.64 เวลา 10.30 น. ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น1 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู)

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ปกกิจ คล้ายเพ็ชร ผกก.ตม.จว.น่าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ร่วมแถลงข่าวอาชญากรรมข้ามชาติ วันพฤหัสบดีที่ 18 ก.พ.64 เวลา 10.30 น. ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น1 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) ดังนี้

  1. จับเครือข่ายการพนันออนไลน์เกาหลี ใช้ไทยเป็นฐานกระทำความผิด : เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ปอพ. บก.สส.สตม. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าที่ พ.ต.ต.สิทธิมณ สร้อยภู่ระย้า สว.ศปชก.บก.สส.สตม. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปชก.บก.สส.สตม. เข้าค้นห้องชุดในอาคาร แห่งหนึ่ง แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร ตามหมายค้นศาลแขวงพระนครใต้ ที่ 2/2564 ลงวันที่ 28 มกราคม พ.ศ.2564 ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่าเป็นสถานที่ที่มีกลุ่มคนต่างชาติสัญชาติเกาหลีใต้มั่วสุ่มกันกระทำความผิด ผลการค้นพบผู้ต้องหา พบ 1.MR.DONGHYUN สัญชาติเกาหลีใต้ อายุ29ปี 2.MR.YOUNGMIN สัญชาติเกาหลีใต้ อายุ30ปี 3.MR.HYUNSEONG สัญชาติเกาหลีใต้ อายุ29ปี กำลังนั่งประจำกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ซึ่งกำลังเปิดใช้งานเว็บไซต์ golden785.com และเว็บไซต์ 098e4e49d9cba2c.bt.be/manager/main.php และ http://gc-test.bt3.be/pc_version/? ซึ่งให้บริการทางการเงินและการเล่นพนันออนไลน์ของประเทศเกาหลีใต้ โดยจากการสอบถามผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การรับสารภาพ และรับว่าตนเป็นเจ้าหน้าที่แอดมิน ดูแลเรื่องการเงินเวลาที่มีลูกค้าฝากถอนเงิน ตอบคำถามลูกค้าและดูแลระบบของเว็บพนันเวลาที่มีความขัดข้อง ซึ่งผู้ต้องหาได้เดินทางและใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการทำงานมาเป็นเวลาประมาณ 1 ปีแล้ว โดยได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือนๆละประมาณ 1 แสนบาท โดยจะโอนเงินเข้าบัญชีที่ประเทศเกาหลีใต้ และจะมีเงินเบี้ยเลี้ยงจำนวน 3 หมื่นบาท ซึ่งเป็นเงินที่ได้รับเมื่อทำงานที่ประเทศไทย โดยได้รับการว่าจ้างมาจาก MR.LEE สัญชาติเกาหลีใต้ เบื้องต้นในการตรวจสอบระบบการเงินของเว็บไซต์พบว่ามีเงินหมุนเวียนในระบบต่อวันประมาณ 2 – 3 ล้านบาท ( 70 – 90 ล้านวอน )
    เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้จับกุมตัวผู้ต้องทั้งสาม โดยกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมด้วยของกลาง คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการกระทำความผิด และนำตัวส่งพงส.บก.สส สตม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และนำเอาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ส่งตรวจเพื่อขยายผลต่อไป
  2. กก.1 บก.สส.สตม. ร่วมกับ ศปชก.สตม. รวบม้ากดเงินคดี PHISHING หลอกผู้เสียหาย สูญเงินร่วม 2 แสนบาท : เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม. และ ศปชก.สตม. ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายและเจ้าหน้าที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ว่ามีคนร้ายส่งข้อความผ่านระบบ SMS มาที่มือถือของผู้เสียหาย ให้ทำการอัพเดทระบบธนาคารพร้อมแนบลิงค์ปลอมของธนาคาร จากนั้นเมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ กดเข้าไปที่ลิงค์ดังกล่าวพร้อมกรอกข้อมูลส่วนบุคคลและรหัส OTP ผู้ต้องหาได้นำข้อมูลส่วนบุคคลและรหัส OTP ไปทำธุรกรรมทางการเงินผ่านหน้าเว็บไซต์ SCB Easy Net ด้วยการโอนเงินจากบัญชีผู้เสียหายไปยังบัญชีอื่นที่ผู้ต้องหาเปิดรอไว้ รวมเป็นเงินจำนวน 200,000 บาท แล้วกดเงินออกจากบัญชีปลายทางผ่านทางตู้ ATM ผู้เสียหายจึงได้แจ้งความ ร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เสม็ด จว.ชลบุรี
    เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม. และ ศปชก.สตม. ได้ร่วมกันทำการสืบสวนจนทราบว่าคนร้ายผู้ถอนเงินออกจากบัญชีที่ผู้ต้องหาเปิดรอไว้ โดยผ่านทางตู้ ATM ในคดีนี้ คือ MR.LEE สัญชาติจีน(ไต้หวัน) และนางสาวยุพารัตน์ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและจัดทำรายงานการสืบสวนส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.เสม็ด เพื่อขอออกหมายจับ ต่อมาเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 ศาลจังหวัดชลบุรี ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองคน ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม โดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม. และ ศปชก.สตม. จึงได้ออกสืบสวนหาตัวผู้ต้องหาดังกล่าว จนกระทั่งต่อมาในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ที่บริเวณถนนสรรพาวุธ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
  3. กก.1 บก.สส.สตม. รวบนายจ้างไต้หวันเบี้ยวค่าจ้าง ร่วม 2 ล้านบาท : เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2561 วันที่ 5 ตุลาคม 2561 และวันที่ 14 ธันวาคม 2561 นายจาง ในฐานะนิติบุคคลของบริษัทแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ใน อ.กระทุ่มแบน จว.สมุทรสาคร และในฐานะส่วนตัว ซึ่งประกอบธุรกิจส่งออกสินค้าสำเร็จรูปทุกชนิดที่ทำมาจากพลาสติกและทำมาจากวัตถุดิบอื่น ๆ ทุกประเภท ได้ร่วมกันไม่จ่ายค่าจ้าง เงินพิเศษ ค่าล่วงเวลา ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ค่าแรงในวันหยุด รวมเป็นเงิน 343,163 บาท และไม่จ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เป็นเงิน 160,550 บาท และเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย เป็นเงิน 1,383,499 บาท ให้กับลูกจ้าง (ผู้เสียหาย) จำนวน 15 คน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,887,212 บาท ต่อมาเจ้าพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรสาคร ได้ออกคำสั่งให้ผู้ต้องหาจ่ายค่าจ้าง เงินพิเศษ ค่าล่วงเวลา ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ค่าแรงในวันหยุด และจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ตามจำนวนเงินดังกล่าว พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ให้กับลูกจ้างทั้ง 15 คน ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง ผู้ต้องหาได้รับทราบคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ผู้เสียหายจึงมาแจ้งความร้องทุกข์กับ พนักงานสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน จว.สมุทรสาคร ให้ดำเนินคดีกับนายจางทั้งในฐานะนิติบุคคลและในฐานะส่วนตัว
    จากการสืบสวนของ กก.1 บก.สส.สตม. ทราบว่านายจางได้เปิดบริษัทอีกแห่งหนึ่งในย่าน ต.ดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน จว.สมุทรสาคร จึงได้ร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.3 และ ตม.จว.สมุทรสาคร ออกสืบสวนหาตัวนายจาง จนกระทั่งต่อมาได้พบตัวนายจาง จึงได้แสดงหมายจับพร้อมจับกุมตัว นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน
    จว.สมุทรสาคร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
  4. “ตม.จว.น่าน” รวบผู้ร้ายข้ามแดนชาวอิหร่าน หนีหมายจับ INTERPOL โดยใช้รถตรวจการณ์อัจฉริยะ BMW : เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.น่าน ได้นำรถยนต์ไฟฟ้าตรวจการณ์อัจฉริยะ (BMW) ซึ่งติดตั้ง ระบบ PIBICS ON MOBILE ออกสืบสวนปราบปราม และตรวจสอบบุคคลต่างด้าวในพื้นที่จังหวัดน่าน เมื่อออกตรวจมาถึงที่เกิดเหตุ พบบุคคลต่างด้าวสัญชาติเป้าหมาย จึงขอตรวจสอบหนังสือเดินทางของนายอามีร์ อายุ 41 ปี สัญชาติ อิหร่าน ในฐานข้อมูลระบบ PIBICS พบว่าเป็นบุคคลต้องห้าม ที่มีหมายจับ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.น่าน จึงได้แสดงหมายจับของตำรวจสากล (INTERPOL) และหมายจับศาลอาญา ข้อหาเป็นผู้ร้ายข้ามแดน สำหรับความผิดฐานติดสินบน ยักยอก และฉ้อโกงของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านแก่คนต่างด้าว จึงควบคุมตัวผู้ต้องหามายังที่ทำการ และตรวจสอบการเดินทางเข้ามาประเทศไทยพบว่าเดินทางเข้ามา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 และได้แต่งงานมีภริยาคนไทย ในปี 2560 พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคกลางมาตลอด จนกระทั่ง เดือน ธ.ค.63 ได้ย้ายเข้ามาปลูกบ้านใหม่ ณ ภูมิลำเนาของภริยา ในพื้นที่ จว.น่าน ส่วนเหตุแห่งการถูกออกหมายจับนั้น เกิดขึ้น ณ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ในปี 2558 ก่อนที่จะเดินทางมายังประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นประมาณ 1 ล้านบาทไทย

เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ตม.จว.น่าน ได้ดำเนินการสอบสวนเบื้องต้น แล้ว นายอามีร์ รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลอาญาดังกล่าวจริง โดยคนต่างด้าวยังไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับดังกล่าวมาก่อนแต่อย่างใด และยินยอมให้เจ้าหน้าที่จับกุมตัว ส่งพนักงานอัยการ สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ซึ่งในการจับกุมครั้งนี้เป็นการนำเทคโนโลยีของ สตม. รถยนต์ไฟฟ้าตรวจการณ์อัจฉริยะ (BMW) ออกตรวจสอบ และกวดขัน ปราบปรามการกระทำความผิดตาม พรบ.คนเข้าเมือง และตรวจสอบข้อเท็จจริงการยื่นเรื่องขออยู่ต่อของคนต่างด้าว ที่เข้ามาพักอาศัยและประกอบธุรกิจในพื้นที่ต่างๆของจังหวัดน่าน เป็นประจำ

สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ และการกระทำความผิดในกฎหมายอื่น การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประเทศเพื่อนบ้าน ให้บริการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง หากพบการกระทำผิดกฎหมาย การก่อเหตุอันตรายใดๆ อันกระทบต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อันอาจทำให้เกิดความเสียหาย ต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ กรุณาแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120 หรือหมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างสูง @Tipp Yo

Cr.สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.56 ปี)

ธวัชชัย เฟื่องอนันต์ ภาพ/ข่าว

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here