ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์##สมาคมสื่อยื่นเรื่องให้”บิ๊กโจ๊ก”ช่วยเร่งรัด-จับกุมขบวนการคดีปลดหนี้บัตรเครดิตของ หจก.เอ็มริชฯโกงเงินประชาชนมูลค่าความเสียหายกว่า8ล้านบาท

0
156

วันที่ 2พ.ย.64 สมาคมสื่อยื่นเรื่องให้”บิ๊กโจ๊ก”ช่วยเร่งรัด-จับกุมขบวนการคดีปลดหนี้บัตรเครดิตของ
หจก.เอ็มริชฯโกงเงินประชาชนมูลค่าความเสียหายกว่า8ล้านบาท!

จากกรณีที่ น.ส.ธันยพร กองดี อายุ 28 ปี อดีตพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งที่เกาะพะงัน จ.สุราษฏร์ธานี เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ปฐมพงษ์ ชุมมาก รอง สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ปอท. ขอให้ตรวจสอบเพจดังเพจหนึ่งชึ่งเป็นเพจเกี่ยวกับโครงการปลดหนี้บัตรเคดิตได้หลอกลวงผู้เสียหายให้ร่วมโครงการในเพจนี้(โดยโครงการนี้จะปลดหนี้และหารายได้จากบัตรเครดิต) น.ส.ธันยพร เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 18 ก.ย.63 ตนได้คุยกับ น.ส.กัญญารัตน์ ตากิ่มนอก ในเฟสบุ๊กและได้ปรึกษาเรื่องที่ตนเป็นหนี้บัตรเครดิตอยู่จำนวน 5 ใบยอดรวมเกือบ 3 แสนบาทโดย น.ส.กัญญารัตน์ได้แนะนำให้รู้จักกับเพจนี้ซึ่งเป็นเพจเกี่ยวกับโครงการปลดหนี้และหารายได้จากบัตรเครดิตตนจึงเข้าไปดูในเพจตามที่ได้รับคำแนะนำโดยโครงการดังกล่าวได้ทำการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัดตั้งอยู่ที่ในเขตบึงกุ่ม กทม.และในเพจยังมีการไลฟ์สดพูดถึงข้อดี-มีการชักชวนให้คนที่เป็นหนี้บัตรเครดิตให้เข้ามาร่วมกับโครงการนี้ตนจึงตัดสินใจเข้าร่วมกับโครงการเพราะน่าเชื่อถือและมีใบจดทะเบียนมาแสดงหน้าเพจตนจึงได้ส่งภาพถ่ายบัตรเครดิตที่ตนเป็นหนี้อยู่จำนวน 5 ใบโดยส่งผ่านทาง น.ส.กัญญารัตน์ให้เป็นผู้ดำเนินการต่อมาก็ได้รับการติดต่อจากโครงการซึ่งแจ้งว่าตนต้องชำระยอดเงิน 70% ของยอดหนี้บัตรเครดิตทั้ง 5 ใบเป็นเงินทั้งสิ้น 281,000 บาทส่วนที่เหลืออีก 30% ของยอดหนี้บัตรเครดิตทางโครงการจะเป็นผู้ชำระเงินให้และให้โอนเงินไปที่ธนาคารไทยพาณิชย์หมายเลขบัญชี 4250730491 ในชื่อโครงการ.จากนั้นตนได้โอนเงินไปยังบัญชีดังกล่าวจำนวน 5 ครั้งจนครบถ้วนในเดือน ต.ค.63 โดยทางโครงการแจ้งว่าจะปิดหนี้บัตรเครดิตให้ภายใน 7 วันแต่เมื่อครบกำหนด 7 วันทางโครงการก็ไม่ได้ปิดหนี้บัตรเครดิตให้แต่อย่างใด ตนจึงสอบถามไปที่โครงการและได้รับคำตอบว่าตนทำผิดเงื่อนไขของโครงการแต่ทางโครงการก็ไม่ได้แจ้งว่าตนทำผิดเงื่อนอะไรและทางโครงการจะโอนเงินคืนให้ทั้งหมดภายในเดือน ธ.ค.63 แต่จนถึงปัจจุบันนี้ตนได้รับเงินคืนเพียง 15,000 บาทเท่านั้นส่วนเงินที่เหลืออีก 200,000 กว่าบาท ทางโครงการจะขอคืนให้แต่จะขอผ่อนชำระเป็น 10 งวดทุกๆ 7 วันจนกว่าจะหมด แต่จนถึงขณะนี้ทางโครงการก็ไม่ได้ชำระเงินคืนให้กับตนแต่อย่างใด
เมื่อโทรสอบถามก็บ่ายเบี่ยงมาตลอดอ้างเหตุผลต่างๆ นานา ตนจึงเชื่อว่าถูกโครงการนี้หลอกแน่นอนจึงได้นำเรื่องมาร้องเรียนกับสื่อฯ ขอให้ช่วยติดตามเรื่องนี้ด้วยเพราะที่เข้าไปดูในเพจของโครงการยังมีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อแบตนอีกเป็นจำนวนมาก
โดยเพจนี้จะชักชวนให้ประชาชนเข้ามาร่วมลงทุนกับโครงการต่างๆโดยจะเน้นคนที่เป็นหนี้บัตรเครดิตและมีปัญหาเป็นส่วนใหญ่และที่ทราบมาว่าฝ่ายบริหารของห้างหุ้นจำกัดแห่งนี้อดีตเคยเป็นนิติกรของหน่วยงานราชการแห่งหนึ่งแต่ได้ถูกไล่ออกไปแล้ว
ล่าสุดผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อของโครงการนี้ได้ทยอยเข้าแจ้งความเอาผิดกับเจ้าของโครงนี้แล้วเช่นที่สน.บางโพงพาง-สน.ลาดพร้าว-สน.วังทองหลาง-สน.ร่มเกล้ า สภ.เกาะพะงัน-สภ.ลานสะกา-สภ.เมืองฉะเชิงเทรา-สภ.ท่าม่วง-สภ.เมืองนครราชสีมา3ราย-สภ.น่าน-สภ.บางแม่นาง-สภ.หนองขามสภ.หนองขาม-สภ.ปราจีนบุรีฯส่วนผู้เสียอีกบางส่วนได้มอบหมายให้ทนายเป็นผู้ฟ้องร้องซึ่งค่าเสียหายเบื้องต้นประมาณ8ล้านบาทโดยกลุ่มผู้เสียได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าตอนนี้ตนกับผู้เสียหายได้ตั้งกลุ่มไลน์ขึ้นซึ่งกลุ่มนี้ได้รวมเฉพาะผู้เสียหายในโครงการเพื่อมาเปิดเผยข้อมูลและความเคลื่อนไหวของเจ้าของโครงการนี้และที่ทราบมาว่าเพจโครงการนี้ได้ปิดลงแล้วร่วมทั้งบริษัทด้วยจึงอยากขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นเจ้าของคดีนี้ทุกท้องที่ช่วยดำเนินการเร่งรัดคดีนี้ให้ด้วยเพราะผู้เสียหายบางท่านหมดเนื้อหมดตัวจากที่จะปลดหนี้บัตรเครดิตกับมาเป็นหนี้เพิ่มเพราะโครงการนี้แท้ๆ
ล่าสุดเมื่อวันที่1พ.ย.63เวลา15.30น.นายคฑาภณ สนธิจิตรนายกสมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชน(ประเทศไทย)
-ประธานเครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตประพฤติมิชอบแห่งชาติได้เข้าพบพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาลผู้ช่วยผบ.ตร.เพื่อยื่นหนังสือให้ช่วยเร่งรัดจับกุมขบวนการโกงรายนี้อย่างเร่งด่วนเพราะคดีนี้มีผู้เสียหายเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะที่กล้าเปิดเผยเข้ามากับทางสมาคมฯแล้วประมาณ20รายมูลค่าความเสียกว่า8ล้านบาทบางส่วนผู้เสียหายไปฟ้องร้องต่อศาลกันเองกว่า10-20รายหลังจากรับเรื่องร้องเรียนแล้วทางผู้ช่วยผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ทางพ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีปนายเวรผู้ช่วยผบ.ตร.ให้ประสานและเร่งรัดพนักงานสอบสวนที่ได้รับแจ้งความจากผู้เสียในคดีนี้ไว้ทั่วประเทศให้รีบดำเนินการคดีนี้ให้เร็วที่สุดและให้ดำเนินการสืบสวน-สอบสวนจับกุมขบวนการนี้มาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
ล่าสุดวันนี้2พ.ย.64เวลา12.10น.นายคฑาภณ สนธิจิตรได้เปิดเผยว่าได้รับการติดต่อจากพ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีปนายเวรผู้ช่วยผบ.ตร.ว่าในวันนี้จะโทรประสานงานไปถึงพนักงานสอบสวนที่ทางผู้เสียหายแจ้งความไว้ทั่วประเทศให้ช่วยเร่งรัดสอบสวนผู้เสียหายที่ได้แจ้งความในคดีนี้ให้เร็วที่สุดและให้ดำเนินการตามกฏหมายอย่างเคร่งคัดและตรงไปตรงมาโดยทางพ.ต.อ.กัมพลได้แนะนำว่าให้สมาคมฯรวบรวมผู้เสียหายในคดีนี้ให้ได้มากที่สุดเพื่อจะได้รวมคดีนี้ให้มาอยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บช.สอท.)ที่เดียวเพราะมีผู้เสียเกือบทั่วประเทศคดีจะได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here