ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์##ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลฯตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ณ โรงพยาบาลสนาม พร้อมกำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวัง และปฏิบัติตามมาตรการอย่างเข้มงวด หากพบการฝาฝืน ให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที

0
55

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ณ โรงพยาบาลสนาม พร้อมกำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวัง และปฏิบัติตามมาตรการอย่างเข้มงวด หากพบการฝาฝืน ให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที

วันจันทร์ที่ 3 มกราคม 2565 เวลา 10.00 น.นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติหน้าที่ ดูแลผู้ป่วยโควิด – 19 ณ โรงพยาบาลสนาม โดยจุดแรกเดินทางไปที่โรงพยาบาลสนามศูนย์การเรียนรู้บ้านยางน้อย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งโรงพยาบาลสนามแห่งนี้จัดตั้งขึ้น ภายใต้แนวคิด “คนอุบลไม่ทอดทิ้งกัน” ดูแลผู้ป่วยดุจญาติมิตร ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้กล่าวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ พร้อมสอบถามสิ่งที่ รพ.ยังขาดแคลนและต้องการการช่วยเหลือจากจังหวัด จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้มอบกระเช่าของขวัญเป็นการให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ด้วย จากนั้นเวลา 11.30 น. นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วย นายศุภภิมิตร เปาริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เดินทางไปที่ หอพักนักศึกษา ภายในมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เพื่อสอบถามแนวทางและมาตรการในการดูแลผู้ป่วยโควิด – 19 ซึ่งกักตัวอยู่ภายในหอพัก โดยทางมหาวิทยาลัย ได้จัดแยกหอพักสำหรับผู้ป่วย มีมาตรการดูแลการเข้าออกอย่างเข้มงวด ในโอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้กล่าวให้กำลังเจ้าหน้าที่ทุกคน และกล่าวขอบคุณที่เสียสละเวลาส่วนตัวเพื่อสวนรวม พร้อมมอบขนม นม และน้ำดื่มให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย เวลา 12.30 น. นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วย นายศุภภิมิตร เปาริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ณ บริเวณศาลาจตุรมุข ทุ่งศรีเมือง ซึ่งจุดดังกล่าวเป็นจุดตรวจโควิด-19 เคลื่อนที่ ที่เปิดให้ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ร่วมพ่อค้าแม่ค้า ที่เดินทางมาขายของภายในงานปีใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี ได้เข้ามาใช้บริการ ในการตรวจ ATK เพื่อความปลอดภัยของผู้ที่เดินทางมาร่วมงาน ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้กำชับเจ้าหน้าที่ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน ได้เฝ้าระวังและดำเนินการอย่างเข้มงวด พร้อมมีคำสั่งปิดสถานที่เสี่ยงหลายแห่ง เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 มีแนวโน้มการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น ตั้งแต่ วันที่ 4 – 17 มกราคม พ.ศ. 2565 หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ มีโทษตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและมีความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราซการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แล้วแต่กรณีเนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วน หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชน หรือผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้ง ตามมาตรา 30 วรรคสอง (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ทั้งนี้ ตั้งแต่ วันที่ 4 – 17 มกราคม พ.ศ. 2565 สำหรับสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 วันที่ 3 ม.ค.2565 พบมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม จำนวนมากถึง 329 ราย โดยติดเชื้อจากต่างจังหวัด 11 ราย ติดเชื้อในพื้นที่จังหวัด 318 ราย แยกเป็น อ.เมืองอุบลราชธานี 155 ราย อ.พิบูลมังสาหาร 40 ราย อ.วารินชำราบ 39 ราย อ.เหล่าเสือโก้ก 18 ราย อ.เดชอุดม 15 ราย อ.นาเยีย 6 ราย อ.สิรินธร 5 ราย พื้นที่ละ 4 ราย ได้แก่ อ.สำโรง อ.ตาลสุม อ.ม่วงสามสิบ อ.บุณฑริก อ.นาจะหลวย พื้นที่ละ 3 ราย ได้แก่ อ.โขงเจียม อ.เขื่องใน อ.เขมราฐ อ.น้ำยืน พื้นที่ละ 2 ราย ได้แก่ อ.ตระการพืชผล อ.กุดข้าวปุ้น อ.ดอนมดแดง อ.สว่างวีระวงศ์ ส่วน อ.โพธิ์ไทร มี 1 ราย มีผู้ป่วยรักษาหายเพิ่ม 11 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here