ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์##อบต.หัวเรือ ร่วมกับ อบจ.อุบลฯส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกพริกหัวเรือ เน้นเพื่อการส่งออกต่างประเทศ สร้างรายได้ให้คนในชุมชนอย่างยั่งยืน

0
215

อบต.หัวเรือ ร่วมกับ อบจ.อุบลฯส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกพริกหัวเรือ เน้นเพื่อการส่งออกต่างประเทศ สร้างรายได้ให้คนในชุมชนอย่างยั่งยืน

เมื่อพูดถึงพริกบ้านหัวเรือ ตำบลหัวเรือ หลายคนจะรู้จักในเรื่องของความเผ็ด และมีขนาดใหญ่ กลิ่นหอม ผลแก่มีสีแดงสด เป็นที่นิยมอย่างมากและจำหน่ายไปทั่วประเทศ พริกบ้านหัวเรือปลูกและเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี สามารถสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในชุมชนได้อย่างยั่งยืน ชาวบ้านในชุมชนมีความสุข ได้อยู่กับครอบครัวโดยที่ไม่ต้องไปทำงานต่างจังหวัด
ทางองค์การบริหารส่วนตำบลหัวเรือ นำโดยนางประภาพร เลาหะวนิช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหัวเรือ ได้มีการสนับสนุน และส่งเสริมในการเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกพริก โดยมีการจัดฝึกอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้ปลูกพริก เพื่อให้มีคุณภาพ ซึ่งในตำบลหัวเรือแห่งนี้มีเกษตรกรที่ปลูกพริกจำนวนมากกว่า 1,000 ไร่
นางประภาพร เลาหวะนิช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหัวเรือ กล่าวว่า ก่อนที่จะรับตำแหน่งนายก อบต.หัวเรือ ตนเองได้มีการส่งเสริมเรื่องของการปลูกพริกมาโดยตลอด ประกอบกับตนเองก็ได้มีการทำสวนพริกเช่นกันและทำมานานแล้ว โดยเน้นปลูกและพัฒนามาตลอด เพื่อที่จะทำเป็นตัวอย่าง และให้เกษตรกรมาศึกษาดูงาน เพื่อนำไปพัฒนาให้ได้ผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันพริกจากตำบลหัวเรือส่งขายในตัวจังหวัดอุบลฯและต่างจังหวัด เช่น ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กรุงเทพ ตลาดไท ปากคลองตลาด ราชบุรี นครปฐม โดยกระจายไปทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศมาเลเซีย จีน และญี่ปุ่น ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมาก
นายก อบต.เพิ่มเติมว่า หากเปรียบเทียบกับการปลูกข้าว ปลูกพริกจะให้ผลผลิตดีกว่า เนื่องจากข้าวเก็บเกี่ยวได้ครั้งเดียว ส่วนการปลูกพริก จะสามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี จะเริ่มเก็บมาตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน ไปจนถึงเดือนมิถุนายน ในส่วนของราคาพริก ช่วงต้นปีที่ผ่านมาราคากิโลกรัมละ 80บาท และมีบางปีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 160 กว่าบาท ส่วนที่พริกมีราคาสูงก็เนื่องจากพริกออกก่อนฤดู คือเดือนตุลาคม เพราะพื้นที่ในการปลูกพริกไม่มี ส่วนมากจะทำนา ถ้าเกษตรกรที่ปลูกพริกได้ก่อนจะได้ราคาดี
ด้านนายสิทธิพล เลาหะวนิช รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ตนเองได้เล็งเห็นปัญหาที่จะตามมาหากปล่อยให้ เกษตรกรผู้ปลูกพริก ปลูกและต้องหาตลาดกันเองตนเองจึงดำเนินการตั้งโรงงานคัดแยกพริกเพื่อคัดเลือกพริก ซึ่งจะแยกเป็นพริกดิบ คือ สีเขียว และพริกสุก คือ สีแดง ยังมีการคัดเอาพริกที่เน่าเสียออก และเป่าเอาใบพริกออก เพื่อคัดเอาเมล็ดที่ดีมีคุณภาพเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ พริกหัวเรือนอกจากจะส่งขายไปทั่วประเทศแล้ว ยังส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศอีกด้วยตอนนี้มีหลักๆอยู่ 3 ประเทศ มาเลเซีย จีน ญี่ปุ่น ในช่วงนี้พริกหัวเรือส่งออกทุกวันประมาณวันละ 10 ตัน หรือ 10,000 กิโลกรัม ในช่วงโควิดระบาดตลาดพริกในประเทศ จะมีปัญหาเนื่องจากตลาดบางแห่งปิด ร้านค้าต่างๆ ปิด แต่ตลาดพริกต่างประเทศไม่ได้รับผลกระทบยังมีการขนส่งทุกวัน เนื่องจากต่างประเทศไม่สามารถปลูกพริกได้ ต้องนำเข้าจากประเทศไทย
ส่วนหากช่วงไหนเกษตรกรเก็บพริกมาส่งให้โรงงานเป็นจำนวนมาก เราก็จะมีการนำพริกไปเก็บไว้ที่ห้องเย็น อุณหภูมิ ที่ 2 องศาเซลเซียส เพื่อรักษาคุณภาพของพริกไว้ให้สดเหมือนเดิม เมื่อตลาดต้องการพริกเพิ่มก็จะนำพริกออกมาจำหน่ายได้
รองนายก อบจ.กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เรามีความต้องการเพิ่มพื้นที่ปลูกพริกเพื่อส่งออกไปจำหน่าย และเพื่อให้เกษตรมีรายได้ ไม่ต้องไปทำงานที่อื่น เพราะพริกหัวเรือกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดมาก เนื่องจากพริกหัวเรือเป็นพริกที่เม็ดใหญ่ สีสดมีความหอม มีความเผ็ด ทั้งนี้ทาง อบจ.อุบลราชธานี พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพริก เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคง หากใครสนใจสามารถสอบถามหรือเข้าร่วมโครงการได้ที่โรงงาน หรือสอบถามได้โดยตรง เราจะมีการให้ความรู้ มีเมล็ดพันธุ์ให้ไปปลูก แนะนำวิธีการปลูกให้อีกด้วย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here