ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์##ผอ.ป.ป.ท.ติดตามคดีเงินหายจากบัญชีเทศบาลนครอุบลฯ 58 ล้านบาทเทศบาลนครอุบลฯสั่งเจ้าหน้าที่ส่วนคลัง ห้ามป่วย ห้ามลา ห้ามขาด ไม่รับย้ายโอน

0
448

ผอ.ป.ป.ท.ติดตามคดีเงินหายจากบัญชีเทศบาลนครอุบลฯ 58 ล้านบาทเทศบาลนครอุบลฯสั่งเจ้าหน้าที่ส่วนคลัง ห้ามป่วย ห้ามลา ห้ามขาด ไม่รับย้ายโอน

​การสอบสวนคดีเงินเทศบาลนครอุบลราชธานีหายออกจากบัญชี เริ่มชี้ชัดเป็นการกระทำของคน ไม่ใช่ระบบถูกแฮกเกอร์ ตามที่เป็นข่าว เทศบาลนครอุบลราชธานีเปลี่ยนระบบการจ่ายเงินเดือน ค่าจ้างพนักงานจ่ายเช็คแทนการใช้ระบบ KTB Coperate Online พร้อมมีคำสั่งเจ้าหน้าที่ส่วนคลังห้ามลา ห้ามขาด งดรับโอนย้าย

​จากรณีเงินบัญชีกระแสรายวัน และออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทยของเทศบาลนครอุบลราชธานี ไหลออกโอนเข้าเข้าบริษัท shoppee เงินสูญไปรวม 58 ล้านบาทนั้น
​ความคืบหน้าในคดีนี้ที่เทศบาลนครอุบลราชธานีบรรยากาศภายในห้องส่วนการคลังเทศบาลนครอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่ยังคงทำงานกันตามปกติ ในขณะที่นายอาทิตย์. คูณผล รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครอุลราชธานี ทีรับผิดชอบส่วนคลัง. ได้รับมอบหมายจากนางสาวพิศทยา. ไชยสงคราม นายกเทศมนตรีเทศบาลนครอุบลราชธานี กล่าวว่าความคืบหน้าในคดียังคงต้องรอการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผลการตรวจสอบคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือที่ตำรวจยึดส่งตรวจ คาดว่าไม่เกินอาทิตย์นี้จะทราบผล ในส่วนเทศบาลนครอุบลราชธานี ได้ตั้งกรรมการขึ้นมา 1 ชุดตรวจสอบ และสอบสวน ซึ่งตอนนี้จะระบุว่าเป็นที่ระบบ หรือบุคคล ยังไม่สามารถระบุได้ต้องตรวจสอบทั้งบุคคล. ทั้งระบบ กระบวนการปฏิบัติราชการ ซึ่งส่วนเทศบาลได้ดำเนินการครบตามกระบวนการ
​นายอาทิตย์กล่าวว่าเทศบาลนครอุบลราชธานีโดยนางพิศทยา. ไชยสงคราม นายกเทศมนตรี ได้สั่งบุคคลกรส่วนคลัง ห้ามลา ห้ามขาด รวมทั้งการโยกย้ายรับโอนระงับทั้งหมด นอกจากมีความจำเป็นจริงๆจึงจะอนุญาตลาได้. นอกจากนี้ยังเปลี่ยนระบบการจ่ายเงินเดือน ค่าจ้างพนักงาน สวัสดิการต่างๆเปลี่ยนมาเป็นการเขียนจ่ายเป็นเช็คแทนการใช้ระบบ KTB Coperate Online ส่วนเส้นทางการเงินที่มีการจ่ายและเพิ่มจำนวนเพิ่มเป็น 58 ล้านนั้นขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
​ผู้สื่อข่าวได้สอบถามผู้ตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค 5 จังหวัดอุบลราชธานี บอกว่าทาง สตง.พื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ได้เข้าขอเอกสารการเงินของเทศบาลรายงานขึ้นมาและได้ส่งรายงานผู้ว่าการ ตรวจเงินแผ่นดินเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ก็จะได้เข้าทำการตรวจสอบเอกสารต่างๆโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
​และในบ่ายวันที่ 21 พ.ย 2565 พ.ต.ท.สิริพงษ์. ศรีตุลา. ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 ประธานคณะทำงานศึกษาความเสี่ยงการทุจจริต กรณีการจ่ายเงินของส่วนราชการผ่านระบบ KTB Coperate Online เข้าพบพนักงานสอบสวน เจ้าของคดี. พ.ต.ท.สิริพงษ์ กล่าวว่าได้รับมอบหมายจากนายภูมิวิศาล. เกษมสุข เลขาธิการ. ป.ป.ท. มาติดตามเรื่องนี้เพราะ ป.ป.ท.ได้เกาะติด ติมตามการทุจริตผ่านระบบ KTB. Coperate online มาโดยตลอดมีหลายเคสในรอบปี ความเสียหายเยอะมาก ซึ่งเราทำเรื่องนี้เพื่อการป้องกันและปราบปราม ซึ่ง ป.ป.ท. ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาแผนประทุษกรรมของการทุจริตลักษณะแบบนี้ ซึ่งที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานที่ถูกทุจริตลักษณะนี้ ซึ่งขณะนี้ ป.ป.ท.พยายามแก้ไขระบบกับทางธนาครกรุงไทยและกรมบัญชีกลาง ซึ่งใกล้จะเสร็จเรียบร้อย แต่ยังมาเกิดเหตุลักษณะนี้ที่เทศบาลนครอุบลราชธานี ซึ่งเคสนี้มีค่าความเสียหายเยอะมากและมีความพิเศษที่มีการทุจริตผ่านระบบออนไลน์ ตามที่ปรากฏ จึงได้ลงมาเก็บข้อมูลประสานข้อมูลเบื้องต้นซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก ซึ่งจะได้นำข้อมูลกลับเข้ามาเป็นข้อมูลเพื่อการแก้ไขทั้งระบบเพื่อไม่ให้เกิดการทุจริตลักษณะเช่นนี้อย่างยั่งยืน เป็นการแก้ไขเชิงระบบและต้นเหตุ ส่วนการดำเนินการ ป.ป.ท.พยายามจะสนับสนุนข้อมูลเจ้าหน้าที่ตำรวจจากที่ได้ศึกษามา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เป็นข้อมูลในการสอบสวนยืนยันตัว ไม่ว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถยืนยันตัวบุคคลได้ว่าใครเกี้ยวข้องบ้าง พ.ต.ท.สิริพงษ์ บอกว่ากรณีนี้สิ่งที่เห็นคือระบบซึ่ง ซึ่งไม่ได้บกพร่องแต่อยู่ที่ตัวบุคคล ซึ่งอยู่ที่การประมาทในเรื่องรหัสทำให้เกิดความเสียหาย และการทุจริตผ่าน Data ซึ่งปัจจุบันการทุจจริตผ่านระบบบิ๊กดาต้า( Big data)หรือผ่านระบบ digital ที่ปัจจุบันรัฐบาลพยายามให้หน่วยงานรัฐได้เข้าใช้ระบบ Digital ที่เกี่ยวข้องระบบการโอนเงินหากเราไม่มีการควบคุมกำกับดูแลที่ดีก็จะเกิดผลเสียหายจำนวนมากอย่างที่เห็น ซึ่งกรณีนี้แสดงว่าเป็นการกระทำของบุคคล และส่วนรับผิดชอบถือระหัสไม่ดำเนินการเองให้คนอื่นถือระหัสแทนหรือไม่นั้น พ.ต.ท.สิริพงษ์ บอกว่าอยู่ระหว่างการสอบสวนว่ามีใครบ้าง พฤติกรรมเป็นอย่างไร ทำหน้าที่สมบูรณ์หรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำได้พอสมควร อยู่ระหว่างการรอหลักฐานยืนยันก็น่าจะชี้ชัดได้แล้วว่ามีเจ้าหน้าที่คนไหนเกี่ยวข้อง หรือไม่ใช่เจ้าหน้าที่แต่เป็นคนนอกแฮกข้อมูล เชื่อว่าในเร็วๆนี้
​ในขณะที่การสอบสวนวันนี้ พ.ต.ท.รุ่งทวี. นาปาน สว.สส.(สอบสวน) เจ้าของคดี ได้เรียก นางสาวสินีนาฎ ปาทาน หัวหน้าฝ่ายการเงินและบัญชี เทศบาลนครอุบลราชธานี ไปทำการสอบสวนใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง โดยไม่เปิดเผยการสอบสวนแต่อย่างใด

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here