ข่าวเด่นนิวส์สยามออนไลน์##รองนายกสมคิด ตรวจเยี่ยม กองทุนหมู่บ้านท้องคุ้ง จว.อยุธยา ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนโดยกองทุนหมู่บ้านช่วยเศรษฐกิจประเทศ

0
291

รองนายกสมคิด ตรวจเยี่ยม กองทุนหมู่บ้านท้องคุ้ง จว.อยุธยา ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนโดยกองทุนหมู่บ้านช่วยเศรษฐกิจประเทศ

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2563 : นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) และ นายรักษ์พงษ์ เซ่งเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์คลองอ้อมเกาะเพื่อการท่องเที่ยวทางน้ำของกองทุนหมู่บ้านท้องคุ้ง หมู่ที่ 4 ตำบลปากจั่น อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายสรณต ณ ศรีโต นายอำเภอนครหลวง, พล.ต.ต.สุศักดิ์ ปรักกมะกุล ผบก.ภ.จว. พระนครศรีอยุธยา, นายกิจจา ทองแดง พัฒนาการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, นางปริยานุช สาริกา พัฒนาการการอำเภอนครหลวง, นายสุรชาติ กันนิ่ม อนุกรรมการพิจารณาโครงการฯ/กรรมการผู้ทรงคุณวุฒินายคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ., นายกฤษฎา สุภรศิริวรกุล, นางจิรานันท์ แดงสุภา, นายศุภวิชญ์ เอี่ยมละออ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิฯ, ผู้แทน ธนาคารออมสิน, ผู้แทน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ร่วมลงพื้นที่ มี นายเซเว่น เสงี่ยมเฉย ประธานกองทุนหมู้บ้านท้องคุ้ง พร้อมคณะกรรมการและสมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ ให้การต้อนรับในโอกาสนี้ด้วย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงนโยบาย “การฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย หลัง COVID-19” ว่า “รัฐบาลจำเป็นต้องผ่อนคลายอย่างระมัดระวัง แม้ปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จะคลี่คลายแล้วก็ตาม ดังนั้น จึงเน้นทุ่มเทการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในประเทศ จากนี้คงต้องหันมาพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศ หลังจากมีคนไทยหลายล้านคน ย้ายกลับไปอยู่ในต่างจังหวัดช่วงที่ตกงานเพราะไวรัสโควิด จากนี้เครื่องมือทุกอย่าง นโยบายทุกด้าน จะมุ่งเน้นไปสู่ชุมชนอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมกันพัฒนาด้านขนส่งและการท่องเที่ยวชุมชน”จากนั้น รองนายกรัฐมนตรี นำคณะฯ เยี่ยมชมโรงสีข้าวชุมชนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านและประชาชนในชุมชนสามารถนำข้าวเปลือกมาสีได้ใกล้ขึ้น ลดค่าใช้จ่ายของเกษตรกรลง และชมธนาคารอิฐมอญที่ได้มีการรับซื้อและรับจำนำอิฐมอญ ซึ่งเป็นผลผลิตของสมาชิกฯ เพื่อให้สมาชิกฯได้มีเงินทุนหมุนเวียนไว้ใช้ในช่วงเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และได้ลงเรือตามโครงการอนุรักษ์คลองอ้อมเกาะเพื่อการท่องเที่ยวทางน้ำที่ได้รับงบประมาณในโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน นำไปสร้างท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยวทางน้ำ และเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับกองทุนฯต่างๆ จากทั่วประเทศ ที่สนใจได้เข้ามาศึกษาดูแลงานเพื่อกลับไปพัฒนาชุมชนของตนเอง

Cr.สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท. 55 ปี)

ธวัชชัย เฟื่องอนันต์ ภาพ/ข่าว

เสริม ศักดิ์สม รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here